(รีวิว) ย้อนยุคสู่วันวานกับ “Samurai Diner” ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โชวะ

Processed with VSCO with c1 preset

ช่วงวันหยุดยาวแบบนี้มีใครที่ไม่ได้ไปเที่ยวไหนมั้ยคะ5555 ไม่เป็นไรค่ะ เรามาเที่ยวในกรุงเทพกันแทน ไม่กี่วันก่อน ผู้เขียนได้มีโอกาสไปทานอาหารญี่ปุ่นที่ร้าน Samurai Diner มาค่ะ เห็นโฆษณาจากในเฟซบุ๊คมาสักพักแล้ว น่าสนใจมาก ๆ ก็เลยอยากจะมารีวิวให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ

ร้าน Samurai Diner เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่จะไม่ใช่อาหารญี่ปุ่นจ๋าซะทีเดียว แต่จะเป็นอาหารญี่ปุ่นสไตล์ตะวันตกโดยมีคอบเซปต์เป็นช่วงยุคปี 1950 – 1970 หรือในสมัยโชวะ ทั้งการตกแต่งร้านและเมนูอาหารจึงเป็นแบบญี่ปุ่นผสมตะวันตกในสไตล์เก่านิด ๆ เรโทรหน่อย ๆ หน้าร้านตกแต่งด้วยสีสันสดใส มีชื่อร้านเขียนด้วยตัวคาตาคานะกับภาษาอังกฤษว่า samurai diner ภายในร้านมีกลิ่นอายที่เหมือนกับได้ย้อนยุคกลับไปในสมัยโชวะ เสียงเพลงญี่ปุ่นยุคเก่าดังคลอ ๆ อยู่ตลอดเวลายิ่งช่วยเพิ่มบรรยากาศได้อย่างดี

ช่วงปี 50 เป็นช่วงที่ญี่ปุ่นเพิ่งผ่านพ้นจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่ออเมริกาเข้ามาปฏิรูปประเทศ ทำให้วัฒนธรรมและสิ่งบันเทิงเริงรมย์จากชาติตะวันตกหลั่งไหลเข้าสู่ญี่ปุ่น แถมยังถูกอกถูกใจชาวญี่ปุ่นในสมัยนั้นมาก ๆ จึงได้มีการผสมผสานกับความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิมเข้าไป

สั่งอาหารเรียบร้อยแล้ว เรามาดูสิ่งของต่าง ๆ ที่ตกแต่งในร้านกันค่ะ ภายในร้านใช้เป็นโต๊ะเก้าอี้ไม้ มีทั้งแบบ 2 ที่และ 4 ที่ จุดเด่นคือตู้กระจกขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยกล้องถ่ายรูปยุคเก่า แผ่นเสียง แผ่นพับ นิตยสาร รูปภาพ โปสเตอร์ต่าง ๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก สิ่งของเหล่านี้เป็นสมบัติของคุณปู่ของเจ้าของร้าน เรียกว่าเก็บข้ามทศวรรษกันเลยทีเดียว สมัยนี้หาแทบไม่ได้แล้วค่ะ

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ให้ฟีลลิ่งยุคโชวะได้มากเลยก็คือโทรทัศน์รุ่นเก่าจอขาวดำ (และสีบ้างในบางครั้ง) ที่เปิดภาพการแสดงร้องเพลงของนักร้องในยุคนั้น พร้อมเครื่องเล่นวิดีโอที่หาได้ยากยิ่งในสมัยนี้ แต่ตอนที่ผู้เขียนยังเด็ก ๆ ก็ยังทันใช้เครื่องเล่นวิดีโอนะคะ 555555

นอกจากนี้ยังมีของสะสมที่น่าสนใจอีกมากมาย อย่างตุ๊กตาแพนด้าเซรามิกจากสวนสัตว์อุเอโนะบนโทรทัศน์ที่มีมาตั้งแต่โดราเอมอนยังไม่ถือกำเนิด น้อง dakko-chan ตุ๊กตาเป่าลมสำหรับกอดแขนก็เป็นที่กรี๊ดกร๊าดมากสำหรับวัยรุ่นสายแฟชั่นสมัยนั้น รูปภาพโตเกียวทาวเวอร์ที่กำลังก่อสร้าง และรูปภาพย่านกินซ่าที่ปัจจุบันเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนผ่านเรื่องราวมาอย่างยาวนาน น่าสนใจมากเลยนะคะ

Dakko-Chan

ดูของในร้านเสร็จแล้วเรามาทานอาหารกันค่ะ ก่อนเมนูหลักจะมา ทางร้านจะเสิร์ฟของทานเล่นคนละ 1 ถ้วยเล็ก รสชาติดีมาก ๆ และเนื่องจากผู้เขียนไปกันเพียง 2 คนจึงสั่งมาแค่ 2 เมนู เมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่ไม่สั่งไม่ได้เลยก็คือ “แฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่นยุค 50” ตัวแฮมเบิร์กจะผสมทั้งเนื้อหมูและเนื้อวัว ราดด้วยซอสเดมิกลาสที่ใช้เวลาเคี่ยวถึง 3 วัน พร้อมผักเคียง ไข่ดาว สปาเก็ตตี้และกุ้งเทมปุระ สั่งเป็นเซตพร้อมข้าวและซุปมิโสะ ตัวแฮมเบิร์กพระเอกของเรารสสัมผัสนุ่มละมุมลิ้นมากกก หอมซอสสุด ๆ ชุ่มฉ่ำไปทั้งปาก ทานกับเครื่องเคียงต่าง ๆ แล้วดีมาก เป็นของเด็ดที่ห้ามพลาดเลยจริง ๆ

แฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่นยุค 50

อีกเมนูเป็น “ไก่ชุปเกล็ดขนมปังทอด” สั่งเป็นเซตพร้อมข้าวและซุปมิโสะ อาจจะเป็นเมนูที่ไม่ได้แปลกใหม่มากแต่ก็อร่อยไม่แพ้กันค่ะ ไก่มีความชุ่มฉ่ำมาก ๆ ไม่แห้ง มีเกล็ดขนมปังทอดกรุบกรอบ ยิ่งราดซอสที่ทางร้านเตรียมไว้ให้ยิ่งอร่อยมาก ๆ แถมยังให้ปริมาณเยอะพอสมควร อิ่มจุใจเลยค่ะ แต่ถ้าใครชอบทานข้าวเยอะ กลัวจะไม่อิ่ม ที่นี่สามารถเติมข้าวกับซุปมิโสะได้ฟรีไม่อั้นอีกด้วยนะคะ

ไก่ชุปเกล็ดขนมปังทอด

สำหรับราคาถือว่าไม่ได้แพงมากนะคะ คุ้มค่ากับรสชาติมาก ๆ เลย แต่ก็จะมีราคาพิเศษสำหรับเมนูแฮมเบิร์กเซท B ในช่วงกลางวัน วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 11.30 – 15.00 น. ลดจาก 330 บาทเหลือ 260 บาท นอกจากนี้ยังมีส่วนลดอีก 10% เมื่อแอดไลน์ของร้าน

เป็นอีกร้านที่แนะนำเลยค่ะ ทานแฮมเบิร์กไป ฟังเพลงญี่ปุ่นเก่า ๆ คลอไปด้วยในบรรยากาศร้านที่มีเสน่ห์แบบสมัยโชวะ มีอาหารที่น่าทานอีกมากมายหลายเมนูเลยค่ะ ใครชอบสไตล์แบบนี้ต้องลองมาทานกันนะคะ ร้านตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 69/1 สามารถเดินทางมาได้ง่าย ๆ จาก BTS สถานีพระโขนงค่ะ

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 11.30 – 15.00 น. และ 17.00 – 23.00 น.
วันเสาร์ 11.30 – 23.00 น.
วันอาทิตย์ 11.00 – 23.00 น.

Facebook : samuraidiner