10 อันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดประจำปี 2020 ญี่ปุ่น vs ไทย

ในยุคทุนนิยมเป็นใหญ่ หลายคนอาจกังวลกับคำว่า “รวยกระจุก จนกระจาย” องค์กรพัฒนาเอกชนด้านความยากจนในระดับสากล Oxfam ได้ระบุว่ามูลค่าทรัพย์สินของของมหาเศรษฐีเพียงแค่ 62 อันดับแรกของโลกนั้นรวมกันแล้วเท่ากับมูลค่าทรัพย์สินของคนธรรมดาๆ จำนวนครึ่งหนึ่งของมนุษยชาติทั้งหมด พูดง่ายๆ คือ มหาเศรษฐี 62 คนพวกนี้ มีเงินทองเท่ากับคนธรรมดา 3 พันล้านคนรวมกัน! แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำหรับผู้เขียนในวันนี้ สิ่งที่ผู้เขียนอยากจะนำเสนอคือ อันดับของคนรวยในแต่ละประเทศนั้นสะท้อนอะไรในระบบเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ บ้าง เรามาดูของญี่ปุ่นกันก่อนนะครับ

มหาเศรษฐีญี่ปุ่นที่รวยที่สุด 10 อันดับแรก

อันดับ 1 Tadashi Yanai (อายุ 71 ปี สำเร็จการศึกษาจาก ม.วาเซดะ) แห่งบริษัท FAST RETAILING (ก็คือบริษัทเจ้าของแบรนด์ UNIQLO นั่นเอง) มูลค่าทรัพย์สิน 2,387,000,000,000 เยน

อันดับ 2 Masayoshi Son (อายุ 62 ปี สำเร็จการศึกษาจาก University of California, Berkeley) แห่งบริษัท Softbank (บริษัทที่ให้เงินทุนพวกสตาร์ตอัพ อดีตเจ้าของตัวจริงผู้อยู่เบื้องหลังอาลีบาบา) มูลค่าทรัพย์สิน 2,194,000,000,000 เยน

อันดับ 3 Takemitsu Takizaki (อายุ 74 ปี สำเร็จการศึกษาจาก Hyogo Prefectural Amagasaki Technical High School) แห่ง Keyence บริษัทด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าจำพวกอุปกรณ์ตรวจสอบ ระบบเซ็นเซอร์ วิชั่นซิสเต็ม ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่โอซาก้า มูลค่าทรัพย์สิน 2,119,000,000,000 เยน

อันดับ 4 Nobutada Saji (อายุ 74 ปี สำเร็จการศึกษาจาก ม.เคย์โอ) แห่ง Suntory Holdings (นึกถึงวิสกี้และเบียร์ Suntory ไว้นะครับ) มูลค่าทรัพย์สิน 1,600,000,000,000 เยน

อันดับ 5 Takahisa Takahara (อายุ 58 ปี สำเร็จการศึกษาจาก ม.เซย์โจ) แห่ง Unicharm ขายผ้าอ้อม ผ้าอนามัย มูลค่าทรัพย์สิน 632,000,000,000 เยน

อันดับ 6 Hiroshi Mikitani (อายุ 55 ปี สำเร็จการศึกษาจาก Harvard University (MBA)) แห่ง Rakuten เว็บอีคอมเมิร์ซเจ้าดังของญี่ปุ่น มูลค่าทรัพย์สิน 578,000,000,000 เยน

อันดับ 7 Yasumitsu Shigeta (อายุ 55 ปี สำเร็จการศึกษาจาก ม.นิฮอน) แห่ง Hikari Tsushin บริษัทด้านโทรคมนาคม มูลค่าทรัพย์สิน 503,000,000,000 เยน

อันดับ 8 Hideyuki Busujima (อายุ 67 ปี สำเร็จการศึกษาจาก ม.เคย์โอ) แห่ง SANKYO เจ้าแห่งวงการปาจิงโกะ มูลค่าทรัพย์สิน 439,000,000,000 เยน

อันดับ 9 Akio Nitori (อายุ 76 ปี สำเร็จการศึกษาจาก ม. Hokkai Gakuen) แห่ง NITORI บริษัทค้าปลีกเครื่องเรือนและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านของญี่ปุ่น มูลค่าทรัพย์สิน 428,000,000,000 เยน

อันดับ 10 Akira Mori (อายุ 83 ปี ม.เคย์โอ) แห่ง Mori Trust บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของญี่ปุ่น มูลค่าทรัพย์สิน 417,000,000,000 เยน

เว้นวรรคไว้ก่อน เรามาดู 10 อันดับมหาเศรษฐีของไทยกันบ้าง

อันดับ 1 พี่น้องเจียรวนนท์ (เครือเจริญโภคภัณฑ์) มูลค่าทรัพย์สิน 8.92 แสนล้านบาท

อันดับ 2 เฉลิม อยู่วิทยา (กระทิงแดง) มูลค่าทรัพย์สิน 6.6 แสนล้านบาท

อันดับ 3 เจริญ สิริวัฒนภักดี (ไทยเบฟเวอเรจ) มูลค่าทรัพย์สิน 3.43 แสนล้านบาท

อันดับ 4 ตระกูลจิราธิวัฒน์ (กลุ่มเซนทรัล) มูลค่าทรัพย์สิน 3.1 แสนล้านบาท

อันดับ 5 สารัชถ์ รัตนาวะดี (กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์) มูลค่าทรัพย์สิน 2.22 แสนล้านบาท

อันดับ 6 อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา (คิง เพาเวอร์) มูลค่าทรัพย์สิน 1.24 แสนล้านบาท

อันดับ 7 ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ (ทีโอเอ) มูลค่าทรัพย์สิน 1.01 แสนล้านบาท

อันดับ 8 ตระกูลโอสถานุเคาะห์ (โอสถสภา) มูลค่าทรัพย์สิน 9.8 หมื่นล้านบาท

อันดับ 9 วานิช ไชยวรรณ (ไทยประกันชีวิต) มูลค่าทรัพย์สิน 9.15 หมื่นล้านบาท

อันดับ 10 ชูชาติ เพ็ชรอำไพ และดาวนภา เพชรอำไพ (เมืองไทย แคปปิตอล) มูลค่าทรัพย์สิน 8.66 หมื่นล้านบาท

ประเด็นที่ผู้เขียนจะชี้ (ต่อไปนี้เป็นความเห็นส่วนตัว) ก็คือมหาเศรษฐีพวกนี้รวยจากธุรกิจอะไร แล้วธุรกิจพวกนี้มีผลดีต่อมนุษยชาติหรือประชาชนในแง่ใดบ้าง

สำหรับญี่ปุ่น ผู้เขียนมองว่า โอเคสำหรับยูนิโคล่นี่มันไม่มีอะไรมากนอกจากการเป็นแบรนด์ที่ขายได้ทั่วโลก ก่อให้เกิดการค้า การจ้างงานในระดับระหว่างประเทศมากมาย แต่ถ้าถามว่าธุรกิจอะไรมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือสร้างสรรค์อะไรให้มนุษยชาติมากกว่ากัน ผมให้ราคากับนาย Masayoshi Son แห่ง Softbank มากกว่า พูดง่ายๆ ก็คือความรวยของเขาเกิดจากการที่เขามีส่วน “ผลักดัน” เศรษฐกิจให้เคลื่อนไปในแบบที่เรียกว่าสะเทือนภูมิภาคกันเลยทีเดียว หรืออย่างรวยเพราะโทรคมนาคม ก็ยังมองได้ว่าโทรคมนาคมมันทำให้ชาติเจริญขึ้น ส่วนรวยเพราะเหล้าเบียร์ หรือปาจิงโกะ ผู้เขียนไม่ใคร่ศรัทธา เพราะมันเป็นการบริโภคแบบกินให้มันสิ้นเปลืองไป ยิ่งปาจิงโกะด้วยผู้เขียนมองว่าเป็นสิ่งมอมเมา

แล้วมหาเศรษฐีไทยรวยจากอะไร? ความรวยของพวกเขามีส่วนกระตุ้นให้ประเทศชาติพัฒนาในทางเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี หรือคุณภาพชีวิตหรือไม่? หรือรวยบนรูปแบบการบริโภคแบบกินให้มันสิ้นเปลืองไป กินแล้วก็ถ่ายท้อง จบกัน แล้วก็กินเข้าไปใหม่? เรื่องนี้ก็ขอท่านผู้อ่านพิจารณากันเองนะครับ

วันนี้ขอจบดื้อๆ แค่นี้ก่อน สวัสดีครับ

สรุปเนื้อหาจาก money sky และ techsauce