รู้จักคนญี่ปุ่น-เชื้อสายญี่ปุ่น 3 คนผู้ติดลิสต์ 100 ผู้ทรงอิทธิพลประจำปี 2020 ของ TIME!

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการประกาศลิสต์รายชื่อ 100 ผู้ทรงอิทธิพลประจำปี 2020 ของนิตยสาร TIME ออกมา ผู้เขียนได้ลองไปไล่ดูลิสต์ดูแล้วพบว่าในลิสต์นี้มีคนญี่ปุ่นและคนเชื้อสายญี่ปุ่นติดโผถึง 3 คน และทั้ง 3 คนนี้ต่างเป็นผู้ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีอิทธิพลต่อการขับเคลื่อนโลกในปีนี้จริงๆ ไปทำความรู้จักพวกเธอกันเลยค่ะ!

อิโต ชิโอริ ผู้นำการเคลื่อนไหว #MeToo ในญี่ปุ่น

อิโต ชิโอริ (伊藤 詩織) เป็นนักข่าวและนักทำภาพยนตร์ผู้เป็นไอคอนของการเคลื่อนไหว #MeToo ในญี่ปุ่น อิโต ชิโอริเป็นผู้เสียหายจากคดีล่วงละเมิดทางเพศในปี 2015 โดยยามากุจิ โนริยุกิ (山口 敬之) นักข่าวและคนใกล้ชิดอาเบะ ชินโซ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น

แม้ว่าในช่วงแรกอิโต ชิโอริจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินคดีจากทั้งทางโรงพยาบาลที่ตรวจร่างกายเธอเพื่อเก็บหลักฐาน ทั้งทางตำรวจที่ไม่ดำเนินการสืบสวน หรือแม้แต่สื่อและประชาชนที่ส่งข้อความเชิงลบถึงเธอเมื่อเธอเผยแพร่เรื่องคดีออกสู่ข่าวทั่วประเทศ แต่ในปี 2017 อิโต ชิโอริได้ฟ้องร้องยามากุจิ โนริยุกิในชั้นศาลและชนะคดีเนื่องจากศาลพิจารณาว่าคำให้การของยามากุจิมีความวกวน

การต่อสู้คดีของอิโต ชิโอริได้กลายเป็นแรงบันดาลใจและเป็นจุดเริ่มต้นการเคลื่อนไหว #MeToo ในญี่ปุ่น โดยมีผู้เสียหายในคดีล่วงละเมิดทางเพศออกมาเปิดเผยเรื่องราวของตนและการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมผ่านกิจกรรมชุมนุมที่ผู้เสียหายมารวมตัวกันยืนถือดอกไม้และเล่าเรื่องของตน นอกจากนี้การเคลื่อนไหว #MeToo ยังผลักดันให้รัฐบาลญี่ปุ่นออกนโยบายที่มีเป้าหมายลดความรุนแรงทางเพศภายในประเทศญี่ปุ่นให้ได้ภายใน 3 ปีเมื่อเดือนมิถุนายน 2020 ที่ผ่านมาอีกด้วย ทำให้อิโต ชิโอริได้รับเลือกให้เข้ามาอยู่ในลิสต์ในหมวด Pioneers ของ TIME

โอซากา นาโอมิ  ดาวรุ่งนักเทนนิสขวัญใจคนทั้งโลก

โอซากา นาโอมิ (大坂 なおみ, Osaka Naomi) เป็นนักเทนนิสลูกครึ่งญี่ปุ่น-เฮติที่ชนะการแข่งขันระดับโลก Grand Slam ถึง 3 ปีซ้อนตั้งแต่ปี 2018 จนถึงปี 2020 นี้ โดยครั้งแรกที่เธอชนะ Grand Slam นั้นเป็นชัยชนะเหนือเซเรนา วิลเลียมส์ (Serena Williams) อีกหนึ่งนักเทนนิสหญิงที่มีฝีมือที่สุดในโลกเช่นกัน

ด้วยความที่มีพื้นเพหลากเชื้อชาติ ทั้งบิดาที่เป็นคนเฮติ มารดาที่เป็นคนญี่ปุ่น และการเติบโตมาในสหรัฐอเมริกา ทำให้โอซากา นาโอมิเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั้งโลกที่ต่างมีพื้นเพจากหลากเชื้อชาติ และเป็นดาวสำคัญในการแข่งขัน Tokyo Olympic 2020 ในฐานะตัวแทนของผู้คนบนโลกที่ก้าวข้ามเชื้อชาติและมารวมตัวกันในการแข่งขันระดับโลกนี้

สำหรับความเคลื่อนไหวสำคัญของโอซากา นาโอมิในปีนี้คือการสวมหน้ากากผ้า 7 ชิ้น 7 แบบในการแข่งขันทั้ง 7 รอบของเธอใน U.S. Open เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนหันมาสนใจความเคลื่อนไหว Black Lives Matter (BLM) โดยหน้ากากที่เธอสวมนั้นเป็นหน้ากากที่เขียนชื่อคนผิวสีที่เสียชีวิตอย่างไม่เป็นธรรมและถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงหลายครั้งในประเด็นความรุนแรงจากการเหยียดเชื้อชาติ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อจอร์จ ฟลอยด์อยู่ด้วย การเคลื่อนไหวทางสังคมในครั้งนี้ทำให้โอซากา นาโอมิได้รับเลือกให้เข้ามาอยู่ในลิสต์ในหมวด Icons ของ TIME

ลิซา นิชิมุระ โปรดิวเซอร์หัวกะทิเบื้องหลังความสำเร็จของ NETFLIX

ลิซา นิชิมุระ (Lisa Nishimura) เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้ทำหน้าที่เป็น VP ของ NETFLIX และเป็นผู้ดูแลสารคดีออริจินอล (Original Documentary) และรายการอื่นๆ ของ NETFLIX อีกมากมาย โดยเธอดำรงตำแหน่งใน NETFLIX มาเป็นเวลา 12 ปี และเป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการบันเทิง ณ ตอนนี้

สำหรับรายการ NETFLIX ที่ลิซา นิชิมุระอยู่เบื้องหลังนั้นมีเช่น Wild Wild Country (2018) สารคดีเกี่ยวกับความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดขึ้นจริงในปี 1981 ณ รัฐออริกอน สหรัฐอเมริกาเมื่อรัชนีศ (Rajneesh) กูรูชาวอินเดียได้ตั้งสำนัก “รัชนีศปุรัม” หรือ American Factory (2019) ที่เป็นสารคดีเรื่องราวการทำงานร่วมกันและการก้าวข้ามความต่างระหว่างวัฒนธรรมและเชื้อชาติระหว่างคนงานชาวอเมริกันและจีนในโรงงานแห่งหนึ่งในรัฐโอไฮโอเป็นต้น โดยสารคดีหลายเรื่องที่มีลิซา นิชิมุระอยู่เบื้องหลังนั้นต่างเป็นเรื่องที่ถูกหยิบมาพูดถึงมากสุดตลอดกาลของ NETFLIX

แม้ว่า NETFLIX จะให้ความสำคัญกับ Algorithm และกระแสเช่นเดียวกันกับสื่ออื่นๆ แต่ผลงานของลิซา นิชิมุระจะมีลายเซ็นต์ของเธออยู่เสมอ โดยเฉพาะในเนื้อหาที่พยายามสร้างความรู้สึกร่วม ความเห็นใจ และความเข้าใจเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกผ่านเรื่องราวที่ถูกหยิบมานำเสนอ ซึ่งนั่นเองที่ทำให้ Content ของ NETFLIX มีความโดดเด่น และในปี 2020 นี้ที่คนทั้งโลกต้องกักตัวอยู่ในบ้านและ NETFLIX ได้ก้าวขึ้นมามีอิทธิพลในฐานะสื่อบันเทิง ทำให้ลิซา นิชิมุระได้รับเลือกให้เข้ามาอยู่ในลิสต์ในหมวด Titans หรือบุคคลผู้เปรียบเป็นยักษ์ใหญ่ของการขับเคลื่อนโลกในปีนี้

สำหรับลิสต์รายชื่อในปีนี้นับเป็นลิสต์ที่น่าสนใจสำหรับคนญี่ปุ่นและคนที่สนใจในประเทศญี่ปุ่น เพราะนอกจากจะมีคนญี่ปุ่น-เชื้อสายญี่ปุ่นที่ได้รับการเสนอชื่อถึง 3 คนแล้ว ทั้ง 3 คนนี้ยังเป็นผู้หญิงอีกด้วย ซึ่งสำหรับสังคมญี่ปุ่นที่กำลังพยายามผลักดันการมีบทบาทของผู้หญิงแล้ว ความเคลื่อนไหวของผู้ที่ติดลิสต์รายชื่อในปีนี้ของ TIME ดงเป็นแรงบันดาลใจให้กับทั้งคนญี่ปุ่นและคนทั้งโลกได้ไม่มากก็น้อยค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: TIME