อย่าหาทำ! เมื่อเกาหลีเอา “คนต่อต้านญี่ปุ่น” มาเป็นทูตเกาหลีประจำประเทศญี่ปุ่น!?

สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศญ๊่ปุ่น ณ กรุงโตเกียว

บอกได้คำเดียวว่าเกาหลีใต้ “อย่าหาทำ” อีกแล้วครับท่าน เมื่อประธานาธิบดีมุนแจอิน แต่งตั้งนายคังชางอิลเป็นเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศญี่ปุ่น เพราะนายคังคนนี้เป็นนักการเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องพฤติกรรม “ต่อต้านญี่ปุ่น” และที่ “อย่าหาทำ” ยิ่งกว่า ก็คือกระทรวงการต่างประเทศของรัฐบาลญี่ปุ่น ดันยอมรับการแต่งตั้ง “นักเคลื่อนไหวต่อต้านญี่ปุ่น” ให้มาเป็นทูตประจำญี่ปุ่นด้วย (เนี่ย) เรื่องนี้ แม้แต่ในพรรคแอลดีพีเองก็วิจารณ์กันให้ลึ่ม

วีรกรรม “ต่อต้านญี่ปุ่น” ของนายคัง

นายคังซึ่งเป็นทูตคนใหม่ได้เดินทางมาที่ญี่ปุ่นแล้วเมื่อวันที่ 22 มกราคม และหลังจากผ่านมาตรการกักตัวสองสัปดาห์ เขาได้เริ่มปฏิบัติกิจในฐานะเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศญี่ปุ่นแล้วตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์

นายคังเป็นอดีตนักวิชาการจากเกาะเจจู เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปไตยแห่งเกาหลี และยังเป็นประธานกิตติมศักดิ์ของสหภาพสมาชิกรัฐสภาญี่ปุ่น-เกาหลี แต่เขามักประณามหรือดูหมิ่นญี่ปุ่นอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งมีวีรกรรมบันทึกไว้ ดังนี้

  • เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2554 นายคังชางอิลได้ไปเยือนเกาะคุนาชิริ (เกาะคุชานีร์) ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น แล้วพูดว่า “รัสเซียปกครองได้อย่างมีประสิทธิภาพ คอนเฟิร์ม” คือจะสื่อว่าเกาะคุนาชิริเป็นดินแดนของรัสเซีย
  • เรียกสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นห้วนๆ ว่า “กษัตริย์ญี่ปุ่น” เป็นเวลาหลายปี
  • เดือนตุลาคม พ.ศ. 2559 นายคังกล่าวว่า “วันหนึ่งกษัตริย์และนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นจะต้องมาคุกเข่าขอโทษ เรื่องปัญหาผู้หญิงปลอบขวัญ”
  • เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 ในเรื่องข้อตกลงการรักษาข้อมูลทางทหารร่วม (GSOMIA) ระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ นายคังกล่าวว่า “ทำไมเราถึงทำข้อตกลงนี้กันไปได้ทั้งที่ (ญี่ปุ่นกับเกาหลี) เป็นศัตรูกัน”
  • เดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นใช้มาตรการจำกัดการเข้ามาของชาวต่างชาติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ในฐานะประธานสหภาพสมาชิกรัฐสภาญี่ปุ่น-เกาหลี นายคังได้วิจารณ์ว่าเป็น “พฤติกรรมป่าเถื่อนทางการทูตที่ลากเอาประเทศเพื่อนบ้านมาพัวพันกับการเมืองของประเทศตัวเอง”
  • เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2563 นายคังได้ผลักดัน “กฎหมายล้างป่าช้าฝ่ายฝักใฝ่ญี่ปุ่น” โดยกล่าวว่า “เหล่าผู้รักชาติที่นอนอยู่ในสุสานจักไม่มีวันเป็นสุขเพราะมีศัตรูอยู่ในสุสานแห่งชาติ” (ดังนั้นต้องไปถล่มหลุมศพพวกมัน!?) เขาสนับสนุนการทำลายสุสานของบรรพชนชาวเกาหลีที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมมือกับญี่ปุ่นอีกด้วย

ที่กล่าวมานี้เป็นเพียงน้ำจิ้มเท่านั้น (ยังมีอีกมากจนจาระไนไม่หมด) นายคังยังเคยกระทั่งด่าการบริหารงานของรัฐบาลนายชินโซ อาเบะว่า “งี่เง่า” หรือ “อ่อนว่ะ” ด้วยซ้ำ

ทำไมเอา “คนต่อต้านญี่ปุ่น” มาเป็นทูตประจำประเทศญี่ปุ่น?

ประธานาธิบดีมูนแจอิน ได้ประกาศแต่งตั้งนายคังเป็นเอกอัคราชทูตเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว ซึ่งสื่อเกาหลีก็รายงานกันครึกโครม อาจมองได้ว่ามันเป็นการ “ดูเบา” ประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ตามหลักปฏิบัติทางการทูตระหว่างประเทศนั้น การจะส่งใครไปเป็นทูตจะต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย (ประเทศผู้รับ) เสียก่อนตามบทบัญญัติของอนุสัญญาเวียนนา (เรียกว่า Agrément) แต่รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ประกาศเรื่องนี้ “อย่างเป็นทางการ” ก่อนที่จะได้รับความยินยอมจากฝ่ายญี่ปุ่น ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นก็ได้แสดงท่าทีคัดค้านเรื่องนี้ นายโทโมยูกิ โยชิดะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวในงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ว่า เขาได้ประท้วงรัฐบาลเกาหลีใต้แล้วเกี่ยวกับการแต่งตั้งนายคังชางอิล โดยกล่าวว่าฝ่ายเกาหลีได้ (ลักไก่) ประกาศก่อนที่รัฐบาลญี่ปุ่นจะออก Agrément

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา นายอัตสึชิ ไคฟู หัวหน้าพิธีสารของกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น ได้กล่าวต่อสถานทูตเกาหลีประจำประเทศญี่ปุ่นว่า “เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่งที่มีการเบี่ยงเบนจากแนวปฏิบัติสากล อย่างมีนัยสำคัญ”

แต่ทว่า พอหลังจากนั้น กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นกลับมี Agrément ไปถึงฝ่ายเกาหลีในช่วงปลายเดือนธันวาคม เรื่องที่ว่าให้นายคังเป็นเอกอัตรราชทูตเกาหลีประจำประเทศญี่ปุ่น แล้วนายคังก็ได้เดินทางมายังญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 22 มกราคม!? แปลกดี บอกว่าคัดค้าน แต่กลับรับเข้ามา? หรือยังไง รับเข้ามาก่อนแล้วบอยคอตทีหลังหรือ? บอกตรงๆ ว่างงใจมากครับ

หากใครที่เคยติดตามประเด็นความขัดแย้ง-เกลียดชัง-ต่อต้าน ระหว่างเกาหลี-ญี่ปุ่น จะพอรู้กันว่า ในเกาหลีเองก็มีฝักฝ่ายของพวกที่ยอมรอมชอมกับญี่ปุ่น (เพื่อผลประโยชน์) กับพวกที่ต่อต้านญี่ปุ่นแบบสุดจิตสุดใจ และดูเหมือนพอเกาหลีเปลี่ยนประธานาธิบดีเป็นนายมุนแจอิน ก็มีการแสดงพฤติกรรม “กวนบาทา” กับญี่ปุ่นมาได้เรื่อยๆ ขอเชิญท่านผู้อ่านท่านไหนที่ยังไม่ได้อ่าน มาอ่านเรื่องข้างล่างนี้กันได้นะครับ จากผู้เขียนคนเดียวกัน

เมื่อพรรคร่วมรัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศกร้าวว่า “ญี่ปุ่นจงมองประวัติศาสตร์ตามความเป็นจริงซะ” ในคดี “ผู้หญิงปลอบขวัญ”

สรุปเนื้อหาจาก ismedia
ผู้เขียน TU KeiZai-man