ผู้ประกอบการญี่ปุ่นเจาะตลาด CBD ไทย เปิดตัว Weedhub กัญชาคุณภาพดีถูกกฎหมาย

“พวกเราต้องการเปลี่ยนมุมมองทั่วไปที่มีต่อกัญชาว่าเป็นสิ่งไม่ดี ผิดกฎหมาย และอันตราย เพราะผมเชื่อว่ากัญชาไม่ได้อันตรายไปกว่าแอลกอฮอล์หรือบุหรี่เลย” กล่าวโดย Albert Goh

ข้อมูลจากสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) พบว่ากัญชาได้รับความนิยมในการเพาะปลูก ซื้อขาย และบริโภคอย่างกว้างขวางมากที่สุดในโลก โดยจากการประมาณการณ์ตลาดกัญชาทั่วโลกในปี 2561 มูลค่า 10.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น คากว่าจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 97.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปลายปี 2569 แม้ว่าความต้องการจากทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น แต่การครอบครองและใช้กัญชายังผิดกฎหมายและเป็นอาชญากรรมร้ายแรงในหลายประเทศทั่วโลก ยกเว้นบางประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ แคนาดา จาไมกา และโคลัมเบีย อย่างไรก็ตามในขณะนี้ก็มีการรณรงค์เพื่อให้กัญชาถูกกฎหมายมากขึ้น

การเติบโตของตลาดกัญชาในเอเชียนั้นยังคงเป็นไปได้ยาก แต่มีการคาดการณ์ว่าจากมูลค่าเดิม 2.32 ล้านดอลลาร์ในปี 2562 นั้น จะพุ่งสูงขึ้นถึง 22.87 ล้านดอลลาร์ในปี 2570 เนื่องจากกัญชาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ  ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทยเองที่กัญชาสามารถใช้ได้อย่างถูกกฎหมายในทางการแพทย์ และอีกหลายประเทศที่ก็กำลังพิจารณาให้กัญชาถูกกฎหมายอยู่เช่นเดียวกัน ถือได้ว่านี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการกัญชาเลยก็ว่าได้ ซึ่งเมื่อปี 2019 คุณ Goh และทีมงานได้ตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่จะก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมและเปิดตัว WeedHub ในประเทศไทยขึ้น โดย WeedHub เป็นกัญชารูปแบบ Online Directory มีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์มาก่อนนั่นเอง

เปิดตัว WeedHub ในประเทศไทย

คุณ Goh กล่าวว่า “เป้าหมายของเราคือการรวบรวมบริษัททั้งหมดที่ซื้อขายและส่งเสริมผลิตภัณฑ์กัญชา (ในที่นี้คือ Cannabidiol = CBD) เพื่อให้ผู้ใช้มีตัวเลือกและความรู้จากข้อมูลที่หลากหลาย แทนที่จะพึ่งพาข้อมูลจากเพื่อน ๆ เพียงอย่างเดียว”

Startup นี้ก่อตั้งโดยคุณ Kotaro Ise และคุณ Goh ทั้งคู่เป็น Serial entrepreneur ก่อนหน้านี้คุณ Ise เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง “Ayasan” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ให้บริการเกี่ยวกับบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ “Donz” ธุรกิจอาหารญี่ปุ่นแบบ Virtual Restaurant ในประเทศไทย ส่วนคุณ Goh มีประสบการณ์ในการให้บริการ Coworking Space ได้แก่ UnionSPACE และ vOffice แม้ว่า Weedhub จะยังเป็นเพียงแค่ธุรกิจ Directory แต่ผู้ก่อตั้งมีแผนการใหญ่สำหรับสตาร์ทอัพนี้

“WeedHubX Accelerator จะเปิดตัวในกรุงเทพฯ เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพที่เกี่ยวข้องกับกัญชาในท้องถิ่น และมีแผนควบคู่ไปกับ WeedHub Festival หรือ PopUp Market ซึ่งเป็น eCommerce platform แบบครบวงจรไม่ซ้ำใคร” คุณ Goh กล่าว

การจัดการกับกฎระเบียบ

ประเทศไทยเป็นตลาดที่เติบโตสำหรับกัญชา อ้างอิงจาก Thaiger ที่ว่า กัญชาจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทยในปี 2568 โดยมีความเป็นไปได้ที่จะสามารถสร้างผลกำไรได้ถึง 8 พันล้านบาทให้กับอุตสาหกรรมยาของไทย ซึ่งกัญชาถูกใช้ในทางการแพทย์อย่างถูกกฎหมายในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อนแล้ว และเมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลอนุญาตให้ใช้พืชบางชนิดที่มี Tetrahydrocannabinol (THC) ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ “ทำให้เกิดอาการ High” ได้เพียงเล็กน้อยในอาหารและยา

“ประเทศไทยได้ผ่อนคลายการบังคับใช้กฎหมายต่อ CBD มากขึ้น จะเห็นได้จากในปัจจุบัน ตามร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven จำหน่ายเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของ CBD อยู่” คุณ Goh กล่าว

บริษัทมีเป้าหมายในการเจาะตลาดกลุ่มอื่น ๆ อีก ได้แก่ กัมพูชา ลาว และเวียดนาม โดยมี Partner ในพื้นที่ดูแลด้านการชำระเงินและการขนส่ง

เมื่อถามว่า WeedHub จัดหากัญชาจากที่ไหน คุณ Goh ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดในการซื้อขายโดยตอบว่า “ขณะนี้เรากำลังทำข้อตกลงครั้งใหญ่กับบริษัทจดทะเบียนอยู่ จึงยังไม่สามารถพูดถึงรายละเอียดต่าง ๆ ได้”  โลกของธุรกิจนี้ต้องเผชิญกับปัญหาด้านกฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ  แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้หลายประเทศเริ่มผ่อนคลายกฎหมายเกี่ยวกับการห้ามใช้ CBD ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญญาณที่ดี

คุณ Goh ยังกล่าวอีกว่า “บริษัทยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างมีความต้องการเข้าสู่อุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างรวดเร็วนี้ เป็นช่วงเวลาเหมาะเจาะที่จะเข้าไปอย่างยิ่ง”

ในปัจจุบัน WeedHub ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยทรัพย์สินของตนเอง แต่มีการวางแผนไว้ว่าภายในระยะเวลา 4-6 เดือนนี้จะทำให้สินทรัพย์เพิ่มขึ้นให้ได้

“ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจากับหลายบริษัท สำหรับตอนนี้ ผมจึงขอเก็บเป็นความลับเกี่ยวกับรายละเอียดดังกล่าวครับ” คุณ Goh กล่าว

สรุปเนื้อหาจาก : thebridge.jp
ผู้เขียน : Yurina