กฎหมายยามฝั่งแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กับการรุกรานอธิปไตยของญี่ปุ่นเหนือหมู่เกาะเซ็นคาคุ

หลังจากที่ผู้เขียนได้เคยเขียนถึงข้อพิพาทเรื่องหมู่เกาะเซ็นคาคุระหว่างญี่ปุ่นกับจีนไปแล้ว (อ่านที่นี่) ณ ตอนนี้พี่จีนกำลังรุกอีกก้าวด้วยลูกเล่นที่ “ชกใต้เข็มขัด” ยิ่งกว่าเดิม จะเป็นอย่างไรนั้นขอเชิญอ่านได้ ณ บัดนี้

เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา ที่สภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) ได้ผ่านร่างกฎหมายยามฝั่งแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งระบุอำนาจหน้าที่ของหน่วยยามฝั่งของจีนไว้อย่างชัดเจน และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป กฎหมายนี้จะให้อำนาจเรือลาดตระเวนของหน่วยยามฝั่งของจีนในการใช้อาวุธในการปราบปรามเรือต่างชาติ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ความเคลื่อนไหวของฝ่ายจีนในน่านน้ำรอบหมู่เกาะเซ็นคาคุจะทวีความรุนแรงมากขึ้น และเรือประมงของญี่ปุ่นจะยิ่งถูกฝ่ายจีนข่มเหงหนักขึ้นเรื่อยๆ

ทุกวันนี้เรือประมงของญี่ปุ่นในน่านน้ำรอบเกาะเซ็นคาคุกำลังถูกไล่จี้ก้นโดยเรือลาดตระเวนของหน่วยยามฝั่งของจีน แถมยังถูกกองเรือประมงของจีนข่มเหงด้วย เรือลาดตระเวนของหน่วยยามฝั่งมักจะชอบใช้วิธีวิ่งเข้ามาจี้ ซึ่งแค่นั้นก็ถือเป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงแล้วสำหรับเรือประมงญี่ปุ่น

แต่แท้จริงแล้ว การร่างกฎหมายยามฝั่งดังกล่าวของจีน เป็นกลยุทธ์อันน่ารังเกียจของจีนที่มุ่งเป้ามาเพื่อ “หาเรื่อง” กับกองกำลังทางทะเลของฝ่ายญี่ปุ่น เช่นเรือลาดตระเวนของหน่วยยามฝั่งญี่ปุ่น เรือของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเล ไปจนถึงเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ เสียมากกว่า

มาตรา 21 ของกฎหมายดังกล่าวระบุว่า หากเรือรบหรือเรือหลวงของต่างชาติ เช่นเรือลาดตระเวนเป็นต้น ละเมิดกฎหมายของจีนในน่านน้ำอธิปไตยของจีน ให้หน่วยยามฝั่งของจีนเข้าไป “จัดการให้อยู่ในระเบียบ” ได้ นอกจากนี้ มาตรา 22 ของกฎหมายเดียวกันยังระบุด้วยว่า หากเรือต่างชาติละเมิดอธิปไตยหรือเขตอำนาจศาลของจีน หน่วยยามฝั่งของจีนจะดำเนินมาตรการทุกอย่างที่มี รวมถึงการใช้อาวุธที่จำเป็น เพื่อขจัดและปัดเป่าซึ่งการละเมิดและภยันตราย ฉะนั้น (ในทางปฏิบัติ) จะไม่ได้ใช้อาวุธเช่นปืนใหญ่หรือปืนกลในทันที แต่จะใช้วิธีที่หน่วยยามฝั่งจีนและเรือเดินทะเลของจีนชอบใช้กับเรือรบหรือเรือลาดตระเวนต่างชาติ คือการ “พุ่งเข้าชน”

เรือลาดตระเวนขนาดใหญ่พิเศษของหน่วยยามฝั่งจีน (ระวางขับน้ำเต็มพิกัด 15,000 ตัน) “ไหจิ่ง2901” (海警2901) แห่งทะเลจีนตะวันออก และ “ไห่จิ่ง3901” (海警3901) แห่งทะเลจีนใต้นั้น ทางการจีนอวดอ้างว่า สามารถทนต่อการพุ่งเข้าชนใส่เรือขนาด 20,000 ตันได้ และถูกออกแบบมาเพื่อให้ชนกับเรือขนาด 9,000 ตันได้โดยที่ตัวเรือไม่เสียหายอะไรเลยได้ สมมติว่าหากเรือไหจิ่ง2901 ชนใส่เรือลาดตระเวนของหน่วยยามฝั่งญี่ปุ่นในน่านน้ำรอบเกาะเซ็นคาคุ เรือลาดตระเวนของหน่วยยามฝั่งชั้น “ชิกิชิมะ” (しきしま) หรือชั้น “เรย์เมย์” (れいめい) ที่ว่าใหญ่ที่สุดแล้วของฝ่ายญี่ปุ่นก็คงพัง เรือลาดตระเวนยามฝั่งอื่นๆ นอกนั้นคงได้หายไปกับเศษสาหร่ายในทะเลจีนตะวันออก และหากเรือของหน่วยยามฝั่งจีนพุ่งเข้าไปชนใส่เรือรบของกองทัพเรือสหรัฐหรือเรือคุ้มกันของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลละก็จะเป็นเรื่องแย่หนักกว่านั้น เพราะต่อให้เรือรบของสหรัฐฯ มีอาวุธทรงพลังเช่นปืนใหญ่ ขีปนาวุธต่อต้านเรือยันตอร์ปิโดก็ตาม ถ้าเรือพิฆาตของกองทัพเรือสหรัฐฯ หรือของกองกำลังป้องกันตนเองฯ ยิงใส่เรือลาดตระเวนของจีน ก็จะกลายเป็นว่าสหรัฐฯ หรือญี่ปุ่นนั้น “ใช้กำลังทางทหาร” กับเรือที่เป็นเพียง “เรือบังคับใช้กฎหมาย” ก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่

แต่ปัญหาจริงๆ ไม่ใช่เรื่องที่เรือจีนจะพุ่งเข้าชนใส่เรือของสหรัฐฯ หรือของญี่ปุ่น แต่อยู่ที่มาตรา 20 ต่างหาก ตามมาตราดังกล่าว หากองค์กรหรือบุคคลธรรมดาของต่างชาติสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างบนหินโสโครกหรือเกาะแก่งซึ่งอยู่ในน่านน้ำอธิปไตยของจีนหรือตั้งวางอุปกรณ์ยึดติดอยู่กับที่หรืออุปกรณ์ลอยน้ำในทะเลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางการจีน หน่วยยามฝั่งของจีนสามารถสั่งให้หยุดหรือขจัดการกระทำอันละเมิดกฎหมาย และหากไม่ปฏิบัติตามก็สามารถบังคับรื้อถอนได้ ซึ่งข้อนี้จะเป็นการ “เบรค” ไม่ให้ฝ่ายญี่ปุ่นคิดสร้างสิ่งปลูกสร้างใดๆ แม้แต่สิ่งปลูกสร้างชั่วคราวเพื่อเป็นการแสดง (ต่อประชาคมโลก) ว่าญี่ปุ่นนั้นคือผู้มีอำนาจเหนือหมู่เกาะเซ็นคาคุได้เลย

เรื่องคราวนี้ทานผู้อ่านคิดว่า ญี่ปุ่นสมควรทำอย่างไรดีครับ หากไม่อยากให้วันหนึ่งจีนมาตีกินเอาไป แล้วอเมริกามหามิตรจะช่วยอะไรญี่ปุ่น (ได้) บ้าง ก็คงต้องติดตามกันต่อไปครับ

สรุปเนื้อหาจาก jbpress.ismedia
ผู้เขียน TU KeiZai-man