แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อคาด “โควิดระลอก 4” อาจเล่นงานญี่ปุ่นอีกครั้งช่วง พ.ค. นี้

นายแพทย์นากาฮาระ ฮิเดโอมิ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อและสาธารณสุขคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 “ระลอกที่ 4” อาจถาโถมมาเล่นงานญี่ปุ่นอีกครั้ง เนื่องจากสถิติผู้ติดเชื้อเพิ่มใหม่หลังการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจากทั่วประเทศในวันที่ 24 มี.ค. มีจำนวนกว่า 1,900 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าช่วงพีคในการระบาดระลอกที่ 2 เมื่อฤดูร้อนปีที่แล้วที่มีการจดสถิติไว้ที่ 1,605 คน (ข้อมูลเมื่อวันที่ 7 ส.ค.) หากตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่นนี้ อาจส่งผลให้ญี่ปุ่นต้องรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 “ที่หนักกว่าระลอกที่ 3” ในช่วงเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ตรงกับกำหนดการฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุในญี่ปุ่นนั่นเอง

“โควิดระลอก 2” ในญี่ปุ่นเกิดขึ้นช่วงเดือน ก.ค. – ก.ย. ปี 2020 และ “โควิดระลอก 3” ก็ตามมาในช่วงเดือน ต.ค. – ก.พ. ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าอาจมีจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่พีคสุดช่วงหลังเดือน มี.ค. ปีนี้

จากสถิติพบว่า ยอดผู้ติดเชื้อใหม่ในปัจจุบันจาก 20 จังหวัดของญี่ปุ่นมีจำนวนมากกว่าช่วงพีคของการระบาดในระลอก 2 โดยข้อมูลของวันที่ 24 มี.ค. พบว่า โอซาก้ามีผู้ติดเชื้อใหม่ 262 คน และในโตเกียวมีผู้ติดเชื้อใหม่ 420 คน ซึ่งต่างก็เป็นตัวเลขที่มากกว่าการระบาดในระลอกที่ 2 ทั้งสิ้น

จังหวัดมิยางิและจังหวัดยามางาตะที่ผ่านพ้นช่วงพีคในระลอกที่ 3 มาแล้วนั้น พบว่าผู้ติดเชื้อใหม่จากบันทึกข้อมูลของวันที่ 24 มี.ค. ด้วยเช่นกัน โดยในจังหวัดมิยางิพบผู้ติดเชื้อใหม่สูงสุดจากตัวเลขเดิม 171 คน และเป็นสถิติที่มากกว่าการระบาดระลอกที่ 3 ถึงเกือบ 2 เท่า

ส่วนจังหวัดยามางาตะที่มีการบันทึกตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่สูงสุดจากสถิติเดิมที่ 31 คนเมื่อวันที่ 21 มี.ค. ที่ผ่านมา ก็ยังคงมีผู้ติดเชื้อใหม่ในตัวเลขสองหลักติดต่อกันนานถึง 7 วันแล้ว โดยในวันที่ 24 พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 21 คน

ผลกระทบหลักการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

นายแพทย์นากาฮาระ ฮิเดโอมิ กล่าวว่า จังหวัดฟุคุชิมะ, จังหวัดนีงาตะ, จังหวัดชิงะ, จังหวัดเอะฮิเมะ และจังหวัดซางะยังคงเผชิญหน้ากับการระบาดช่วงพีคของระลอกที่ 3 อยู่อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน และไม่แน่ว่าตอนนี้ญี่ปุ่นอาจกำลังอยู่ในช่วง “ระบาดระลอกที่ 4” อยู่ก็เป็นได้

“แม้ญี่ปุ่นจะไม่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสชนิดกลายพันธุ์ในระลอกที่ 3 แต่การระบาดในระลอกที่ 4 อาจส่งผลใหญ่เป็นวงกว้าง เนื่องจากสภาพอากาศที่อบอุ่นขึ้นและการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศที่ทำให้ประชาชนเริ่มเดินทางออกนอกบ้านมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เชื้อไวรัสระบาดหนักอีกครั้งหลังเดือน พ.ค. และไม่ใช่เรื่องแปลกเลยหากจะมีตัวเลขผู้ติดเชื้อที่มากกว่าระลอกที่ 3” นายแพทย์นากาฮาระกล่าว

จากสถิติเดิมของผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ช่วงพีคในระลอกที่ 3 เมื่อวันที่ 8 ม.ค. มีจำนวนอยู่ที่ 7,949 คน ในช่วงนั้นญี่ปุ่นเกิดวิกฤติขาดแคลนเตียง ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่สามารถเข้ารับรักษาที่โรงพยาบาลและต้องกักตัวอยู่ภายในบ้านแทน

นายแพทย์นากาฮาระยังได้แนะนำอีกว่า รัฐบาลจะต้องควบคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ให้เข้าใกล้เลข 0 ให้ได้มากที่สุดจนกว่าจะสิ้นสุดช่วงวันหยุดยาวในเดือน พ.ค. และดำเนินการฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุให้ได้เร็วที่สุด เพราะนอกจากบุคลากรทางการแพทย์จะต้องเร่งฉีดวัคซีนตามกำหนดการแล้ว ยังต้องทำหน้าที่รักษาผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน หากเกิดปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์อาจทำให้กำหนดการฉีดวัคซีนล่าช้ากว่าปกติได้

โดยประเทศญี่ปุ่นมีกำหนดการฉีดวัคซีนให้กลุ่มผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจำนวน 36 ล้านคนในเดือน พ.ค. และมีกำหนดฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั่วไปกลุ่มผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 64 ปี ในช่วง ก.ค. นี้ ซึ่งเรายังคงต้องติดตามกันอย่างต่อเนื่องว่า ประเทศญี่ปุ่นจะมีมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระลอกที่ 4 ได้อย่างไร โดยเฉพาะในช่วงที่ใกล้จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกในช่วงฤดูร้อนปีนี้

สรุปเนื้อหาจาก : yahoo