JR East นำหุ่นยนต์มาช่วยต้มโซบะ เพื่อคุมคุณภาพและลดการขาดแรงงาน

JR East Start UP บริษัทที่ดำเนินธุรกิจและพัฒนาเทคโนโลยี และ Nippon Restaurant Enterprise (NRE) บริษัทที่ดำเนินธุรกิจอาหาร ทั้งสองอยู่ภายใต้ JR East ได้ร่วมกันพัฒนาและคิดค้น “หุ่นยนต์ต้มโซบะ” ที่ชื่อว่า Eki Soba Robot โดยมุ่งหวังให้เข้ามาช่วยควบคุมคุณภาพของสินค้าและการบริการภายในร้าน Eki Soba (駅そば) ซึ่งเป็นร้านโซบะที่อยู่ในสถานีรถไฟ JR โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการทดลองใช้งาน ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม ถึง 14 เมษายนนี้

ทำไมถึงต้องสร้างหุ่นยนต์เพื่อช่วยในการต้มเส้นขึ้นมา

เนื่องจากเมนูโซบะในร้าน มีทั้ง “เส้นดิบ” และ “เส้นแห้ง” ซึ่งใช้เวลาในการต้มแตกต่างกัน ถ้ามีหุ่นยนต์มาเป็นตัวช่วยในการเตรียมอาหารในพื้นที่ที่จำกัด จะทำให้สามารถบริการโซบะแก่ลูกค้าได้รวดเร็ว และคุมระดับความสุกของเส้นได้  อีกทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เพราะสามารถทดแทนพนักงานได้ 1 คน โดยภายใน 1 ชั่วโมง หุ่นยนต์สามารถเตรียมโซบะได้ถึง 40 ชามเลยทีเดียว

Eki Soba Robot สามารถทำอะไรได้บ้าง

หุ่นยนต์ต้มโซบะนี้ สามารถทำได้ตั้งแต่ การต้ม ล้างน้ำ และพักให้เส้นสะเด็ดน้ำ พนักงานสามารถเช็คการทำงานของหุ่นยนต์ว่าอยู่ในขั้นตอนใดผ่านจอมอนิเตอร์ได้ โดยหน้าที่ของพนักงานคือ จัดใส่ชาม เติมท็อปปิ้ง และจัดเสิร์ฟให้กับลูกค้า นอกจากนี้ การทำงานในการเตรียมเส้นทุกขึ้นตอนยังเป็นระบบอัตโนมัติ ทำให้สามารถควบคุมปริมาณ รวมถึงมั่นใจในคุณภาพและรสชาติของโซบะทุกชามที่เสิร์ฟให้ลูกค้าได้

คุณ ฮิโนะ ผู้บริหารของ NRE ได้กล่าวถึงความคาดหวังในการนำระบบหุ่นยนต์ Eki no Soba เข้ามาช่วยในร้านโซบะ ไว้ 2 ประการคือ

ประการที่ 1 “เพื่อลดต้นทุนแรงงาน อย่างไรก็ตาม จากธุรกิจอาหารในปัจจุบันพบว่า เราตกอยู่ในสถาการณ์ยากที่จะรักษาจำนวนพนักงานให้อยู่ในระยะยาว ถ้าไม่นำระบบอัตโนมัติเข้ามา การจัดการร้าน Eki Soba ให้มีเสถียรภาพอาจจะกลายเป็นเรื่องยาก”

ประการที่ 2 “ขั้นตอนการต้ม ล้าง และการสะเด็ดน้ำทำได้ง่าย แต่ต้องใช้ความแม่นยำในเรื่องของเวลา และเป็นขั้นตอนสำคัญในการกำหนดรสชาติของโซบะ เราเชื่อว่าหุ่นยนต์จะสามารถทำงานได้ตรงเวลา ดังนั้นโซบะของเราจะมีคุณภาพและมีรสชาติเสถียรในทุก ๆ ชาม”

และได้เสริมอีกว่า “ในอนาคตไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะเปลี่ยนร้านให้เป็นระบบไร้พนักงาน และยังไม่คิดว่าระบบไร้พนักงานจะสามารถทำได้จริง ก่อนอื่นภายใน 1 เดือนที่ทดลองใช้หุ่นยนต์ต้มโซบะนี้ เรามุ่งหวังให้การดำเนินธุรกิจมีเสถียรภาพเท่านั้น”

การคิดค้นเครื่องมือเพื่อแก้ไขปัญหาในการดำเนินธุรกิจนับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้สามารถดำเนินไปในแบบที่เราควบคุมได้ อย่างไรก็ตาม การนำหุ่นยนต์เข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์ ถึงจะสามารถแก้ปัญหาบางอย่าง ช่วยลดต้นทุน รวมถึงควบคุมประสิทธิภาพการทำงานได้ แต่ในระยะยาว การนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence) หรือ AI มาใช้อย่างกว้างขวางนั้น ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำให้มีการปลดพนักงานในหลายสายงานมากขึ้น หรือในบางสายงานอาจจะไม่ต้องการแรงงานมนุษย์อีกต่อไป

อย่างไรก็ดี AI ก็เปรียบเสมือนเหรียญสองด้าน ที่มีทั้งด้านดีและไม่ดี อยู่ที่จะเลือกนำมาใช้งานอย่างไรให้เหมาะสม สำหรับตัวผู้เขียน ในสมัยที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น รู้สึกว่าเสียงต้อนรับของพนักงาน ไม่ว่าจะเป็น “อิรัสชัยมะเสะ” หรือ “อะริกาโตะโกไซมัส” ก็เป็นอีกเสน่ห์ของการบริการในร้านอาหารญี่ปุ่น ทำให้ร้านดูมีชีวิตชีวามากขึ้น อีกทั้งยังทำให้มีความสุขกับมื้ออาหารอีกด้วย ในอนาคตหากนำ AI มาใช้ในธุรกิจอาหารทั้งหมด อาจทำให้ร้านขาดเสน่ห์เหล่านี้ไป คงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอยู่เหมือนกันนะคะ


สรุปเนื้อหาจาก : robotstart news.tv-asahi