จังหวัดไอจิเดินหน้าสร้าง “จิบลิพาร์ค” พร้อมเผยรายละเอียดพื้นที่ 5 โซน ทยอยเปิดบริการภายในปี 2022-2023

“จิบลิพาร์ค” (Ghibli Park) ธีมพาร์คที่เชื่อว่าหลายตั้งหน้าตั้งตารอที่จะไปสัมผัสบรรยากาศการจำลองฉากในภาพยนตร์การ์ตูนจากผลงานโดยสตูดิโอจิบลิ (Studio Ghibli) ไว้บนพื้นที่ของสวนสาธารณะไอ・จิคิวคิเน็ง หรือ Morikoro Park ในจังหวัดไอจิ โดยล่าสุดมีอัปเดตความคืบหน้าพร้อมทั้งรายละเอียดของพื้นที่ 5 โซนภายในธีมพาร์คมาให้แฟน ๆ ได้ตื่นเต้นกันยิ่งขึ้นอีกด้วย

การจำลองบรรยากาศจากภาพยนตร์การ์ตูนของสตูดิโอจิบลิที่คุณหลงรัก

“จิบลิพาร์ค” เป็นธีมพาร์คที่จำลองบรรยากาศจากผลงานภาพยนตร์การ์ตูนหลาย ๆ เรื่องโดยสตูดิโอจิบลิที่คนทั่วโลกหลงรัก ทั้งการจำลองสถานที่ที่มีอยู่จริงและสถานที่ในจิตนาการเอาไว้บนพื้นที่ของสวนสาธารณะไอ・จิคิวคิเน็ง หรือ Morikoro Park ในจังหวัดไอจิ โดยมีกำหนดสร้างพื้นที่ 5 โซน 5 สไตล์ ได้แก่ “Seishun no Oka Area” (สีส้ม), “Ghibli Daisouko Area” (สีม่วง), “Mononoke no Sato Area” (สีเขียว), “Majo no Tani Area” (สีแดง) และ “Dondoko Mori Area” (สีเขียว)

ล่าสุด มีการอัปเดตความคืบหน้าการสร้างธีมพาร์คแห่งนี้ออกมาแล้วว่า จะมีการเปิดให้บริการโซน Seishun no Oka Area, Ghibli Daisouko Area และ Dondoko Mori Area ภายในฤดูใบไม้ร่วง ปี 2022 และหลังจากนั้น 1 ปีจะเปิดให้บริการโซน Mononoke no Sato Area และ Majo no Tani Area ภายในปี 2023

อีกทั้ง ยังมีการเปิดเผยรายละเอียดของพื้นที่ทั้ง 5 โซนมาเรียกน้ำย่อยให้แฟน ๆ สตูดิโอจิบลิได้ตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม ดังนี้

Seishun no Oka Area

“Seishun no Oka Area” เป็นโซนแรกที่นำพาคุณเข้าไปสู่ “โลกของจิบลิ” อย่างเป็นทางการ รอต้อนรับผู้มาเยือนทุกคนจากฝั่งทางเข้าทิศเหนือของจิบลิพาร์ค ซึ่งจะเป็นประตูทางเข้าหลักที่รวบรวมเอาจุดเด่นอันเป็นสัญลักษณ์ของการ์ตูนจิบลิเอาไว้

ที่บริเวณใกล้ ๆ ทางเข้าจะมีหอสังเกตการณ์ที่สร้างแบบจำลองมาจากภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์” (Howl’s Moving Castle) และ “ลาพิวต้า พลิกตำนานเหนือเวหา” (LAPUTA: Castle in the Sky) ฯลฯ ซึ่งจะมีการตกแต่งพื้นที่ทั้งภายนอกและภายในโดยอ้างอิงจากสถาปัตยกรรมช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ในสไตล์แฟนตาซีวิทยาศาสตร์

อีกทั้งยังมีการจำลองบ้านเรือนในช่วงต้นยุคเฮย์เซย์ เช่น ร้านขายของเก่า Earth Shop จากภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “วันนั้น…วันไหน หัวใจจะเป็นสีชมพู” (Whisper of the Heart), สำนักงานแมว (Neko no Jimusho) จากภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “เจ้าแมวยอดนักสืบ” (The Cat Returns) เป็นต้น

Ghibli Daisouko Area

“Ghibli Daisouko Area” เป็นพื้นที่ที่ปรับปรุงขึ้นใหม่มาจากสระว่ายน้ำเก่าที่ปิดให้บริการไปเมื่อปลายเดือนกันยายน ปี 2018 เป็นอาคารที่สร้างให้คล้ายโกดังเก็บของ ผสมผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมระหว่างญี่ปุ่นและตะวันตก ให้คุณเพลิดเพลินกับบรรยากาศภายในโดยไม่ต้องกังวลกับสภาพอากาศด้านนอก

มีห้องจัดแสดงนิทรรศการมีทั้งหมด 3 ห้อง ได้แก่ ห้องจัดแสดงผลงานทั่วไป, ห้องจัดแสดงผลงานพิเศษตามเทศกาลต่าง ๆ และโรงภาพยนตร์ ที่จุผู้ชมได้ราว 170 ที่นั่ง ที่จะทำให้คุณได้ชื่นชมผลงานจากโลกของจิบลิได้อย่างเต็มอิ่ม โดยมีการจำลองบรรยากาศโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมืองต่างมิติจากภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “มิติวิญญาณมหัศจรรย์” (Spirited Away)

Mononoke no Sato Area

ที่โซน “Mononoke no Sato Area” มีการจำลองบรรยากาศหมู่บ้านชนบทที่รายล้อมไปด้วยหุบเขาสไตล์ญี่ปุ่น จากภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร” (The Princess Mononoke) บนพื้นที่โล่งกว้างที่เต็มไปด้วยสีเขียวธรรมชาติแห่งนี้จะมีกิจกรรมเรียนรู้ต่าง ๆ มากมาย ได้แก่ “โรงหลอมเหล็กทาทาระ” เทคนิคการหลอมเหล็กกล้าแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น และ “กระท่อมเผาถ่าน” ฯลฯ อีกทั้งยังมีกำหนดสร้างรูปปั้นของเทพเจ้าทาทาริ (The Demon God) และเทพเจ้าหมูป่า (Okkoto Nushi) ให้ได้ซึมซับบรรยากาศราวกับว่าเป็นเมืองที่หลุดมาจากภาพยนตร์การ์ตูนของจิบลิจริง ๆ

Majo no Tani Area

“Majo no Tani Area” เป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับสนามหญ้าขนาดใหญ่ แม้จะมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2023 ก็ตาม แต่ที่นี่อาจเป็นพื้นที่ที่แฟน ๆ จิบลิหลายคนอยากมาสัมผัสบรรยากาศมากที่สุด เพราะจำลองบรรยากาศ “หุบเขาแม่มด” โดยได้แรงบันดาลใจในการก่อสร้างมาจากภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องชื่อดังขวัญใจคนทั่วโลก 2 เรื่อง ได้แก่ “ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์” (Howl’s Moving Castle) และ “แม่มดน้อยกิกิ” (Kiki’s Delivery Service)

เนรมิตบรรยากาศภายในพื้นที่ตามสไตล์ยุโรปเหนือ พร้อมทั้งให้บริการร้านอาหาร จุดนั่งพัก และสนามเด็กเล่นที่จำลองการสร้างมาจาก “ปราสาทของฮาวล์” และ “Okino house” บ้านเกิดของแม่มดน้อยกิกิ

Dondoko Mori Area

“Dondoko Mori Area” เป็นอีกหนึ่งโซนที่จะรายล้อมไปด้วยสีเขียวจากธรรมชาติของทิวทัศน์ไร่นาชนบทในยุคโชวะ มีการออกแบบอาคารประชาสัมพันธ์โดยจำลองตามแบบบ้านของซาซึกิและเมย์จากภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “โทโทโร่เพื่อนรัก” (My Neighbor Totoro) นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงเส้นทางเดินเล่นบริเวณป่าหลังภูเขาขึ้นใหม่อีกด้วย โดยคำว่า “ดงโดะโกะ” (Dondoko) มีที่มาจาก “ดงโดะโกะ โอโดริ” ที่ซาซึกิ, เมย์ และเหล่าโทโทโร่ได้เต้นรำหลังหว่านเมล็ดเพื่อขอพรให้พืชพรรณเจริญเติบโตนั่นเอง

เตรียมวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นให้พร้อม! และอดใจรอกันอีกไม่นานกับ “จิบลิพาร์ค” ธีมพาร์คโดยสตูดิโอจิบลิ ที่จะทยอยเปิดพื้นที่ให้ได้เข้าชมกันในฤดูใบไม้ร่วงปี 2022-2023 สวนสาธารณะไอ・จิคิวคิเน็ง (Morikoro Park) ในจังหวัดไอจิ หากมีอัปเดตใหม่ ๆ หรือรายละเอียดเพิ่มเติมของจิบลิพาร์ค เราก็ไม่พลาดที่จะมานำเสนอให้เพื่อน ๆ

สรุปเนื้อหาจาก : castel