วัดและศาลเจ้าญี่ปุ่นป้องกันโควิด-19 ช่วง “ฮัตสึโมเดะ” (初詣) เปิดให้ “ไหว้พระออนไลน์” และ “บริจาคปัจจัยผ่าน QR code”

ตามธรรมเนียมปฏิบัติของชาวญี่ปุ่น เมื่อถึง “วันขึ้นปีใหม่” ที่คนในครอบครัวมารวมตัวกันพร้อมหน้า ก็จะพากันไป “ฮัตสึโมเดะ” (初詣) หมายถึง การไปวัดหรือศาลเจ้าเป็นครั้งแรกของปี เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์แสดงความขอบคุณที่คุ้มครองให้ครอบครัวปลอดภัยมาตลอดทั้งปี และขอพรให้คนในครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัยในปีใหม่นี้ อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งปี 2020 นี้คนทั่วโลกต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้คนต้องหลีกเลี่ยงการพบปะในพื้นที่แออัด ซึ่งส่งผลกับธรรมเนียมญี่ปุ่นในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะถึงนี้

ล่าสุด รัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้ออกประกาศให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวันขึ้นปีใหม่ที่อาจมีผู้คนเบียดเสียดแออัด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นในขณะนี้ ทำให้วัดและศาลเจ้าหลายแห่งในญี่ปุ่นต้องเสนอไอเดียใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับปัญหาปัญหาโควิด-19 และกระตุ้นให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวันฮัตสึโมเดะ

ไหว้พระออนไลน์

ยกตัวอย่างแคมเปญ “ไหว้พระออนไลน์” ที่จัดโดยศาลเจ้าดาไซฟุ เท็นมังกุ (เมืองดาไซฟุ จังหวัดฟุคุโอกะ), วัดนาริตะซัง ชินโจจิ (เมืองนาริตะ จังหวัดจิบะ), ศาลเจ้าโทริไค ฮะจิมังกุ (เขตจูโอ จังหวัดฟุคุโอกะ) ฯลฯ โดยผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันหรือเข้าไปที่เว็บไซต์ทางการของวัดหรือศาลเจ้าที่คุณเลื่อมใส วัดแต่ละแห่งก็จะมีบริการที่แตกต่างกันออกไป เช่น การบริจาคปัจจัยผ่านออนไลน์, การเสี่ยงเซียมซีออนไลน์, การรับชม LIVE พิธีกรรมสวดภาวนาในวันขึ้นปีใหม่ เป็นต้น

บริจาคปัจจัยผ่าน QR code

สำหรับวัดหรือศาลเจ้าบางแห่ง เช่น ศาลเจ้าเอ็จจู อินาริ (เมืองโทยาม่า จังหวัดโทยาม่า) ฯลฯ ได้มีการตั้งป้าย QR Code สำหรับผู้ที่มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาลเจ้าและต้องการบริจาคปัจจัยเพื่อทำบุญ โดยการบริจาคปัจจัยผ่านการสแกน QR Code บนสมาร์ตโฟนในลักษณะนี้ จัดทำขึ้นเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่อาจติดมาจากการสัมผัสเงินสด สร้างความมั่นใจให้ทั้งผู้ที่มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบุคลากรในศาลเจ้าอีกด้วย

การสักการะบูชาเป็นเรื่องของความรู้สึกทางจิตใจของผู้นับถือที่มีต่อพระเจ้า


โดยทั่วไปชาวญี่ปุ่นจะออกไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวันปีใหม่ภายในวัน “ซังงะนิจิ” (三が日) หรือภายในวันที่ 1, 2, 3 มกราคม เนื่องจากเป็นวันหยุดตามกฎหมายแรงงาน และบางคนก็มีความเชื่อว่าเป็นวันสิริมงคล อย่างไรก็ดี ทางศาลเจ้าคันดะ เมียวจิน (เขตจิโยดะ กรุงโตเกียว) ก็ได้เขียนประกาศผ่านทางเว็บไซต์ทางการ แนะนำเกี่ยวกับการออกไปวัดหรือศาลเจ้าในวันขึ้นปีใหม่ว่า ไม่ได้มีกฎบังคับว่าผู้นับถือจะต้องไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวันซังงะนิจิเท่านั้น การไปวัดหลังวันซังงะนิจิก็ไม่ใช่สิ่งอัปมงคล ท่านจะยังคงได้รับอานิสงส์ผลบุญตามเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และไม่ว่าท่านจะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนวันขึ้นปีใหม่ (ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “ไซซากิโมเดะ” (幸先詣) หมายถึง การไปวัดหรือศาลเจ้าล่วงหน้าในเดือนธันวาคม) หรือภายในปีหน้า ท่านก็ยังคงได้รับอานิสงส์ผลบุญตามเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน เพราะการสักการะบูชาเป็นเรื่องของความรู้สึกทางจิตใจของผู้นับถือที่มีต่อพระเจ้า และไม่มีพระเจ้าองค์ใดออกกฎบังคับว่า “จะต้องทำแบบนี้เท่านั้น” จึงอยากเชิญชวนให้ผู้นับถือศาสนาทั้งหลายกระจายตัวและกระจายช่วงเวลาในการมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อลดความแออัดด้วย

แม้พิธีกรรม ธรรมเนียม และประเพณีจะเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ แต่เมื่อถึงเวลาที่โลกมีการเปลี่ยนแปลง เหล่าผู้สืบทอดอย่างเราก็ต้องปรับตัว เพื่อให้วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมยังคงสืบทอดอยู่ต่อไป

สรุปเนื้อหาจาก: j-cast