ผู้ว่าฯ ฮอกไกโด เตรียมผ่อนคลายสภาวะฉุกเฉินให้เหลือเพียงบางพื้นที่เท่านั้น

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายซูซูกิ นาโอมิจิ ผู้ว่าราชการหนุ่มของจังหวัดฮอกไกโด เตรียมผ่อนคลายความเคร่งครัดในการประกาศสภาวะฉุกเฉินที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ ที่ได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนงดออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น และขอให้ห้างร้านบางประเภทหยุดทำการช่วงคราว เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19

โดยผู้ว่าฯ ฮอกไกโดนั้น ได้วางแผนที่จะยกเลิกประกาศสภาวะฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดฮอกไกโด ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม เป็นต้นไป คงเหลือไว้แค่พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ คือ ซัปโปโร ที่เป็นเมืองหลวงของเกาะ และเขตอิชิการิเมืองเล็ก ๆ รอบนอกเท่านั้น

เมื่อพิจารณาในเชิงของพื้นที่ ฮอกไกโดเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่กว้างใหญ่มาก มีพื้นที่คิดเป็น 20% ของประเทศญี่ปุ่น การจะประกาศสภาวะฉุกเฉินให้ครอบคลุมทั้งจังหวัด โดยที่บางพื้นที่นั้นไม่มีผู้ติดเชื้อเลยดูจะไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ จึงจะคงประกาศไว้ในพื้นที่ที่มีการติดเชื้อเป็นจำนวนมากจริง ๆ อย่างซัปโปโรและเขตอิชิการิเท่านั้น

นอกจากนี้ผู้ว่าซูซูกิยังได้วางแผนที่จะให้เงินสนับสนุนแก่ธุรกิจในพื้นที่เมืองซัปโปโรและเขตอิชิการิที่ยังได้รับผลกระทบต่อการคงประกาศสภาวะฉุกเฉินไว้ แม้ว่าหลังจากวันที่ 15 เป็นต้นไป พื้นที่อื่นในฮอกไกโดจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้วก็ตาม

ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศสภาวะฉุกเฉินนั้น รัฐบาลได้ขอความร่วมมือร้านค้าให้หยุดทำการตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน – 6 พฤษภาคม โดยมีเงื่อนไขว่าจะได้จะได้รับเงินสนับสนุน (ชดเชย) จำนวน 3 แสนเยน หรือประมาณ 1 แสนบาท แต่เมื่อมีการขยายเวลาประกาศสภาวะฉุกเฉิน จึงเปลี่ยนเป็นขอให้หยุดทำการไปจนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการเกิดความไม่พอใจ เพราะสูญเสียโอกาสในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นอีกตั้ง 9 วัน

ในวันที่ 12 ที่ผ่านมา รัฐสภาฮอกไกโดได้มีการจัดการประชุมสภาขึ้น ซึ่งก็มีคำถามมากมายเกี่ยวกับเงินชดเชยดังกล่าว โดยส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การให้เงินชดเชย 3 แสนนั้น เป็นข้อตกลงที่ทางร้านค้าต้องหยุดทำการถึงวันที่ 6 พฤษภาคม หากมีการขยายระยะเวลาก็ควรที่จะเพิ่มเงินชดเชยเข้าไปด้วย

แม้ว่าผู้ว่าฯ ซูซูกิจะเคยประกาศออกไปว่า เงินชดเชย 3 แสนเยนต่อร้านค้านั้น เป็นเงินที่ให้เพียงครั้งเดียวก็ตาม แต่แน่นอนว่าเมื่อสถานการณ์และเงื่อนไขเปลี่ยนไป รัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งเฉย และมีการพิจารณาเพิ่มเงินชดเชยสำหรับช่วงเวลาดังกล่าว แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะเพิ่มเงินชดเชยได้อีกเท่าไหร่ (แต่ในทวิตเตอร์ส่วนตัวของผู้ว่าได้ ได้แจ้งเอาไว้ว่าจะเพิ่มให้อีก 1 แสนเยน สำหรับร้านค้าที่ยอมปิดร้านไปเลย ในช่วงเวลาดังกล่าว และสำหรับร้านที่เปิด แต่มีลูกค้าน้อยลงก็ยังจะเพิ่มเงินช่วยเหลือร้านละ 5 หมื่นเยน −ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ)

สรุปเนื้อหาจาก: asahi
ผู้เขียน: A Housewife Wannabe