เมื่อยอดการส่งพัสดุสินค้าตามบ้านในญี่ปุ่นพุ่งขึ้นเป็น “5 พันล้านชิ้นต่อปี” เพราะอานิสงค์โควิด

โรคโควิดนั้นอาจพูดได้ว่าทำลายโอกาสของธุรกิจหลายอย่าง ร้านอาหาร การท่องเที่ยว ยิมและฟิตเนส ฯลฯ แต่ในขณะเดียวกันวิกฤติสำหรับหลายธุรกิจกลับกลายเป็น “โอกาส” สำหรับบางธุรกิจ อย่างในเมืองไทยเราก็อย่างที่เห็นไปแล้วว่าธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่นี่เฟื่องฟูกันไปเลยพักหนึ่ง อีกธุรกิจหนึ่งที่รูปแบบคล้ายกันซึ่งก็ไปได้ดีเหมือนกันในภาวะเช่นนี้คือ “ธุรกิจส่งพัสดุสินค้าตามบ้าน” แล้วที่ญี่ปุ่นล่ะเป็นอย่างไร? อย่างที่ทราบกันว่า นายกรัฐมนตรีสุงะได้ประกาศลาออกแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีเสียงตอบรับในทางบวก เพราะเชื่อว่า “นายกฯ คนใหม่” จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดีๆ ออกมา แต่วันนี้มาดูกันแค่เรื่อง “ธุรกิจส่งพัสดุสินค้าตามบ้าน” ในญี่ปุ่นกันก่อนนะครับ

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่นได้แถลงตัวเลขจำนวนชิ้นสินค้าที่มีการ “ส่งพัสดุสินค้าตามบ้าน” ประจำปี 2020 ว่ายอดตัวเลขปี 2020 สูงขึ้น 11.9% เทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่ 4,863.47 ล้านชิ้น สูงที่สุดในช่วงหกปีที่ผ่านมา และถ้าดูจากอัตราละก็ ถือว่าเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในรอบ 20 ปี เลยทีเดียว

หากดูต่อไปอีก ยอดจำนวนชิ้นสินค้าที่ขนส่งทางรถเพิ่มขึ้น 11.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่ 4,784.94 ล้านชิ้น ส่วนยอดที่ขนส่งทางอากาศเพิ่มขึ้น 56.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่ 51.53 ล้านชิ้น ซึ่งยังลุ้นกันอยู่ว่าปีนี้ (2021) ยอดจำนวนขนส่งจะทะลุห้าพันล้านชิ้นได้หรือไม่

ภาวะโควิดทำให้คนขังตัวอยู่บ้านมากขึ้น ซึ่งในด้านหนึ่งก็มีการคิดไปว่าโควิดอาจทำให้การส่งพัสดุสินค้าหากันระหว่างห้างร้านต่างๆ จะน้อยลง แต่การที่ธุรกิจส่งพัสดุสินค้าตามบ้านตอนนี้เฟื่องฟูขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งมันมาจากการนิยมใช้บริการ e-commerce หรือเรียกแบบบ้านๆ ไทยๆ ก็คือ “ซื้อของออนไลน์” กันนี่แหละครับ ซึ่งจากข้อมูลของกระทรวงเศรษฐกิจฯ ของญี่ปุ่น นั้น “ขนาด” ของตลาด e-commerce ญี่ปุ่นในปี 2020 นั้นเพิ่มขึ้น 21.7% จากปีก่อนหน้า อยู่ที่ 12,233,300 ล้านเยน (หรือราว 3,702,499 ล้านบาท) จึงกล่าวได้ว่ายิ่งคนซื้อของออนไลน์กันมากเท่าไหร่ ธุรกิจส่งพัสดุสินค้าตามบ้านก็ยิ่งเฟื่องฟูเท่านั้น ของที่คนญี่ปุ่นชอบซื้อออนไลน์นั้นก็ไม่พ้นเครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า อาหาร/เครื่องดื่ม และของใช้ในครัวเรือนขนาดใหญ่

ดูเหมือนว่าการ “ซื้อของออนไลน์” จะกลายเป็นไลฟ์สไตล์ใหม่ของคนทั้งโลกไปแล้ว รวมถึงญี่ปุ่นด้วย (ส่วนที่อเมริกา amazon.com รวยเอาๆ จนอีตาเจฟฟ์ เบซอส หย่าเมียไปมีเมียน้อยได้เลย (ฮา) สวนทางกับธุรกิจห้างสรรพสินค้าในและร้านเสื้อผ้าตามห้างซึ่งปิดร้านปิดกิจการกันไปเรื่อยๆ) ส่วนเมืองไทยก็ใช่ย่อย ที่บ้านผู้เขียนบางทีพวกส่งพัสดุ Flash, J&T Express มากันสัปดาห์ละสามสี่ครั้ง ไหนเวลาจะคืนของที่ซื้อจากลาซาด้า ก็ต้องเอาไปฝากคืนกับ Kerry อีก นี่คืออานิสงค์ของความเฟื่องฟูของการชอปปิ้งออนไลน์ที่มีภาวะโควิดเป็นตัวเร่ง ดีไม่ดีประเดี๋ยวผู้เขียนว่าจะสั่งซื้อโฟมล้างหน้าทางออนไลน์ละเพราะบอกตรงๆ “ไม่กล้าเดินห้างแล้วชั่วโมงนี้” วันนี้ก็มาเล่าสู่กันฟังแต่เพียงเท่านี้ ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ

สรุปเนื้อหาจาก ichiyoshi