กลยุทธ์ทางดิจิทัล : ทางรอดของบริษัทประกันญี่ปุ่น?

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ในขณะที่เมืองไทยก็เริ่มมีการพูดถึงการนำเอา “เทคโนโลยีและกลยุทธ์ทางดิจิทัล” มาใช้เพื่อธุรกิจนั้น ญี่ปุ่นเองก็กำลังก้าวเข้าสู่ “ขอบเหวปี 2025” ซึ่งอาจได้ตกเหวแน่ๆ ถ้าบริษัทต่างๆ ไม่รีบนำเอา Digital Transformation (DX) มาใช้ในการวางแผนธุรกิจ ปรับปรุงขั้นตอนการทำงาน และพัฒนาผลิตภัณฑ์…

…ซึ่งถ้ายังไม่ปรับตัวแล้วละก็ ในปี 2025-2030 ญี่ปุ่นอาจต้องขาดทุนทางเศรษฐกิจถึงปีละ 12 ล้านล้านเยน!

ฉะนั้น ณ ปี 2021 นี้ เหลือเวลาอีกแค่ 3 ปีที่บริษัทต่างๆ ของญี่ปุ่นจะต้องรีบปรับตัว แต่ยังมีหน่วยงานในญี่ปุ่นหลายแห่งที่ยังใช้ “เทคโนโลยีตกยุค” ที่มีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสูง (ซึ่งเรื่องนี้ผู้เขียนไม่แปลกใจ ขนาดโอลิมปิกที่ผ่านมายังมีประเด็นที่ฝรั่งฮือฮาว่า “ญี่ปุ่นยังส่งแฟกซ์อีกหรือนี่” เลย) ไม่สามารถใช้งานวิเคราะห์ข้อมูลได้เต็มที่ แถมในอนาคตคาดว่าจะขาดแคลนแรงงานด้าน IT ถึง 430,000 ตำแหน่งอีก

แล้ว Digital Transformation เกี่ยวอะไรกับบริษัทประกันชีวิต?

ตามสถิติข้อมูลการตาย ประชากรญี่ปุ่นมีอัตราการตายลดลงทุกช่วงวัยและมีอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น  ส่งผลให้เบี้ยประกันชีวิต (ประเภทที่จ่ายเงินเอาประกันให้ทายาทเมื่อเสียชีวิต) ต่ำลง แต่เบี้ยประกันสุขภาพสำหรับอุดหนุนค่ารักษาพยาบาลกลับสูงขึ้น รายรับเบี้ยประกันของบริษัทประกันต่าง ๆ ก็มีแนวโน้มลดลง อย่างในปี 2019 รายรับของ 29 บริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ในปี 2019 ลดลงจากปีก่อน 4.7%

ปี 2025 ยังเป็นปีที่ประชากรรุ่นเบบี้บูมเมอร์ (หมายถึง คนที่เกิดในช่วงปี พ.ศ. 2490 ถึง 2492)  จะมีอายุ 75 ปีขึ้นไป หลังจากนี้อีกสิบปีคือปี 2035 รุ่นเบบี้บูมจูเนียร์ (คนที่เกิดในช่วงปี พ.ศ. 2508 ถึง 2522) ก็จะมีอายุ 60 ปี พูดง่ายๆ คือ เกษียณจากการทำงาน และคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์จะเสียชีวิตเพิ่มขึ้น การตายของคนสองรุ่นนี้แหละที่เป็นปัญหา เพราะยอดจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณี “เสียชีวิต” จะเพิ่มสูงขึ้น แต่ผู้ถือกรมธรรม์มีจำนวนลดลง

จากการคาดการณ์ข้างต้น ทำให้บริษัทประกันชีวิตทั้งหลายจำเป็นต้องรีบปรับตัวทางเทคโนโลยีอย่างเร่งด่วนตั้งแต่ตอนนี้  เช่นให้มีการติดต่อธุรกรรมต่างๆ ผ่านทางระบบอัตโนมัติ ลดภาระการบริหารบุคลากร ลดขั้นตอนยุ่งยากให้แก่ลูกค้า ลดจำนวนวันรอเรียกร้องสินไหม รวมทั้งนำข้อมูลลูกค้ามาใช้วิเคราะห์เพื่อออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เรียกได้ว่าเป็นการปฏิรูปการปฏิบัติการ องค์กร และกระบวนการทั้งระบบเลยทีเดียว ส่วนบริษัทประกันชีวิตในไทยจะมีอะไรแบบนี้ออกมาบ้างหรือเปล่าคงต้องดูกันต่อไปนะครับ

สรุปเนื้อหาจาก ichiyoshi