ท่าทีของภาคธุรกิจของญี่ปุ่นที่มีต่อสถานการณ์ในพม่า

Last updated:

ช่วงนี้ข่าวคราวเกี่ยวกับประเทศพม่าดูจะเงียบๆ ไปหลังจากมีข่าวครึกโครมเรื่องรัฐประหารไปเมื่อต้นปี วันนี้ก็ขอพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-พม่า ในเชิงเศรษฐกิจนะครับ

“สมาคมเมียนมาร์ญี่ปุ่น” (日本ミャンマー協会) ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ปัจจุบันมีนายฮิเดโอะ วาตานาเบะ (渡邉秀央) เป็นประธานสมาคมฯ โดยมีบริษัทญี่ปุ่นที่เข้าเป็นสมาชิกถึง 125 บริษัท ซึ่งในนั้นก็มีบริษัทการค้ารายใหญ่รวมถึงบริษัทใหญ่ๆ ที่ฟังชื่อแล้วต้องร้องอ่อ ตั้งแต่ Kirin Holdings, Suzuki จนถึง KDDI (ซึ่งบริษัทเหล่านี้อยากจะขยายกิจการมาที่พม่า) ล่าสุดในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทางสมาคมฯ ได้ร่างแผนธุรกิจและข้อเสนอนโยบายของสมาคมฯ ซึ่งร่างดังกล่าวมีข้อความในเชิงที่ “ไม่ได้กล่าวโทษ” กองทัพเมียนมาร์ โดยอธิบายสาเหตุที่ ผบ.ทบ.มิน ออง หล่าย ประกาศภาวะฉุกเฉินว่า

“กองทัพเมียนมาร์ยื่นข้อเสนอกว่า 90 ข้อ (ต่อพรรค NLD) ว่ารายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่สมบูรณ์และมีการทุจริตในการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว พร้อมทั้งประท้วงและแสดงหลักฐานการทุจริต อย่างไรก็ตาม ทางพรรค NLD (ซึ่งนำโดยนางอองซาน ซูจี) มิได้รับฟังเลย และยังแจ้งเรียกประชุมรัฐสภาในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ การกระทำเช่นนี้ เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 6 และมาตรา 20 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ”

ซึ่งร่างนี้ “ไม่มีความเห็นคัดค้าน และที่ประชุมของสมาคมฯ มีมติให้ผ่านด้วยเสียงข้างมาก”

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นายยูสุเกะ วาตานาเบะ (渡邉祐介) ลูกชายของประธานสมาคมฯ ซึ่งเจ้าตัวนั้นก็มีตำแหน่งเป็นเลขาธิการของสมาคมฯ ด้วย ได้เขียนงานลงในนิตยสารออนไลน์ “The Deplomat” ซึ่งมีเนื้อหาในทำนองที่ว่า ควร “ขีดเส้นแบ่ง”การทูตของญี่ปุ่นกับเมียนมาร์ออกจากยุโรปและสหรัฐอเมริกาซึ่งมีนโยบายการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างเข้มงวด

ซึ่งแนวความคิดของญี่ปุ่นที่ไม่ต้องการให้มีการคว่ำบาตรกับพม่าอย่างรุนแรงหรือการระงับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังดำเนินงานอยู่นั้น สาเหตุเป็นเพราะว่าญี่ปุ่นเกรงว่าจะกลายเป็นการไป “เพิ่มพูนอิทธิพล” ให้พี่จีนเข้า เนื่องจากจีนได้เคยเบรคไม่ให้ประชาชาติทั้งหลายใช้มาตรการคว่ำบาตรแบบเบ็ดเสร็จ และดูเหมือนจะรับรองความชอบธรรมของรัฐบาลทหารพม่ากลายๆ เสียด้วย และยืนกรานว่ายังไงๆ จีนก็จะคบหากับพม่าเหมือนเดิม รัฐประหารในพม่าไม่กระทบความสัมพันธ์จีน-พม่าแต่อย่างใด (ถ้านานาประเทศบอกว่าจะไม่คบพม่า แต่จีนยังคบพม่า จีนก็จะยิ่งกลายเป็นพี่ใหญ่ในแถบนี้หนักขึ้นไปอีก—ผู้เขียน) อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นนั้นก็ได้พยายามกล้อมแกล้มบอกว่า จะพยายามเลี่ยงการทำธุรกรรมใหม่กับทหารพม่า “เว้นแต่ในกิจการเพื่อมนุษยธรรม”

หมากที่เรียกว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนี่ช่างซับซ้อนยิ่งนัก เดินผิดตาเดียวอาจพังทั้งกระดาน เรื่องราวของพม่าอาจเป็นแค่เรื่องเล็กๆ เรื่องหนึ่งในสมรภูมิการช่วงชิงอำนาจที่จะเป็นเจ้าโลกของประเทศใหญ่ๆ ก็ได้ เรื่องนี้ก็โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ

สรุปเนื้อหาจาก toyokeizai 2 3