ญี่ปุ่นกับปัญหาความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี (3) วิสัยทัศน์ข้ามกาลเวลามาร้อยปีของ ฟุคุซาวะ ยูคิจิ กับสิ่งที่ญี่ปุ่นควรจะทำต่อไป

อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วในตอนที่สอง ว่าในห้วง 10 ปีมานี้หลังจากที่ญี่ปุ่นได้อดทนกับความแอนตี้ญี่ปุ่นแบบไร้เหตุผลของเกาหลีใต้มาพอสมควรแล้ว ญี่ปุ่นก็เริ่มจะ “ไม่ช่วยเหลือ” เกาหลีใต้แล้ว เช่น ในเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2559 ข้อตกลงการประมงเกาหลี-ญี่ปุ่น (韓日漁業協定) มีอันล่มสลาย หลังจากนั้นมาก็ถูกทอดทิ้งมาห้าปีแล้ว ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมการประมงของเกาหลีใต้โดยเฉพาะเมืองปูซาน ไม่อาจหากินในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น (EEZ) ได้อีกต่อไป ซึ่งมีผลสะเทือนมากเนื่องจากปริมาณการจับปลาของชาวประมงเกาหลีใต้ในเขตเศรษฐกิจพิเศษของญี่ปุ่นนั้นมีมากกว่าที่ชาวประมงญี่ปุ่นไปจับปลาในเขตเศรษฐกิจพิเศษของเกาหลีใต้ เรียกว่าเกาหลีใต้เจ็บตัวเพราะอยากไม่ยอมญาติดีกับญี่ปุ่น

และการที่เกาหลีใต้อยากจะหาเรื่องด้วยการจะเอารูปปั้น “ผู้หญิงปลอบขวัญ” ไปตั้งโชว์ในญี่ปุ่น ก็ถูกระงับ ทั้งที่โอซาก้าและโตเกียว สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า “เพราะพวกญี่ปุ่นขวาจัดคุกคาม” อย่างไรก็ตาม ความจริงก็คือ ผู้ว่าการนครโอซาก้ากล่าวอย่างเป็นทางการว่า เขาสนับสนุนให้ระงับการจัดนิทรรศการ “ด้วยเหตุผลด้านการบริหาร (ความปลอดภัย ฯลฯ)” คนญี่ปุ่นเองก็เริ่มจะเบื่อกับความแอนตี้ญี่ปุ่นอย่างไร้เหตุผลของเกาหลีใต้แล้วเหมือนกัน

ในการประชุมกลุ่ม G7 (ประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี แคนาดา และอิตาลี) ในปีนี้ (พ.ศ. 2564) มีการเสนอให้มีประเทศอีกสี่ประเทศโดยรวมเกาหลีใต้ด้วยเข้าร่วมเพิ่ม (ซึ่งจะกลายเป็น G11) แต่แน่นอน ญี่ปุ่นคัดค้าน เป็นการแสดงออกว่าจะไม่ขอร่วมสังฆกรรมกับเกาหลีใต้ แม้ว่าประธานาธิบดีมุนแจอิน ซึ่งได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุม G7 นั้นต้องการจะประชุมสุดยอดระหว่างเกาหลี-ญี่ปุ่น ก็ตาม แต่นายกฯ สุงะ ไม่เอาด้วย

ส่วนเรื่องที่เกาหลีใต้บอกว่าจะ “คว่ำบาตรโอลิมปิก” เพราะการแสดงภาพ “เกาะด็อกโด” (เกาะทาเคชิมะ) บนแผนที่โอลิมปิกญี่ปุ่น ปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการของรัฐบาลญี่ปุ่นคือ “จะมาหรือไม่ก็ไม่มาก็อย่ามาเล่นสงครามประสาท จะเอาไงก็ว่ามา” แถมในเรื่องการที่ประธานาธิบดีมุนแจอินจะมาร่วมพิธีเปิดนั้น ปฏิกิริยาของรัฐบาลญี่ปุ่นคือ “จะมาหรือไม่มาไม่รู้ แต่ถึงจะมา การประชุมผู้นำคงจะยาก”

บางทีการที่รัฐบาลญี่ปุ่นทุกวันนี้แข็งกร้าวกับเกาหลีใต้มากขึ้น คงเพราะได้เห็นตัวอย่างพี่จีนแล้วว่า ประเทศอย่างเกาหลีใต้น่ะ ต้องแข็งไว้ก่อนจึงจะดี ก็ได้กระมัง

เมื่อพูดถึงตรงนี้แล้ว อดนึกถึงวิสัยทัศน์ของ ฟุคุซาวะ ยูคิจิ (福澤諭吉 พ.ศ. 2378 – 2444 นักคิดนักเขียนนักการศึกษาผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุคเมจิ) เกี่ยวกับเกาหลีและจีนไม่ได้ ซึ่งนักคิดผู้นี้ท่านได้แสดงทัศนะไว้ดังนี้

  • เวลามีกรณีพิพาทระหว่างประเทศกับประเทศที่ผูกติดอยู่กับอดีตนั้น ต้องบอกว่า “อีกฝ่ายนั่นแหละผิด” อย่าลังเลที่จะแสดงท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
  • อย่าคาดหวัง “สามัญสำนึกระหว่างประเทศ” จากสองประเทศนี้ (เกาหลีและจีน)
  • เป็นเรื่องโชคร้ายอย่างยิ่งที่ญี่ปุ่นถูกมองแบบเหมารวมกับสองประเทศนี้ ซึ่งเป็นพวกไม่มีความละอายที่จะเหยียบย่ำกฎหมายและมารยาทระหว่างประเทศ เพียงเพราะเหตุผลทางภูมิศาสตร์
  • เมื่อต้องติดต่อกับสองประเทศนี้ ควรยึดเอาสามัญสำนึกระหว่างประเทศและกฎหมายเป็นที่ตั้ง (ส่วนความสัมพันธ์ทางการฑูตก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อาจตัดสัมพันธ์ได้แล้วแต่อารมณ์)

ต้องยอมรับว่า วิสัยทัศน์ของท่านนั้น ข้ามกาลเวลามาเป็นร้อยปี เลยทีเดียว

สรุปก็คือสิ่งที่ญี่ปุ่นควรจะทำต่อไปในเรื่องของปัญหาความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลีก็คงจะต้อง ไม่ช่วยเหลือ ไม่บอกสอน ไม่ข้องเกี่ยว กันต่อไป จนกว่าเกาหลีใต้จะเลิกแอนตี้ญี่ปุ่นอย่างไร้เหตุผลเสียที เรื่องนี้ก็คงต้องขอดูกันไปยาวๆ ครับ สำหรับบทความในชุดนี้ก็ต้องขอจบเรื่องแต่เพียงเท่านี้ก่อน หากมีประเด็นอะไรที่ท่านผู้อ่านสนใจอยากจะให้ผู้เขียนค้นคว้าเจาะลึกละก็ ติดต่อคอมเม้นมากับทางกองบก. ได้นะครับ วันนี้คงต้องขอลาแต่เพียงเท่านี้ก่อน พบกันใหม่คราวหน้า สวัสดีครับ

สรุปเนื้อหาจาก wowkorea