JR พร้อมทยอยปิดเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วโดยสารรถไฟ มุ่งสู่ยุคการโดยสารแบบไร้ตั๋ว

ใครที่ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นคงหนีไม่พ้นต้องใช้บริการรถไฟในการเดินทางท่องเที่ยวแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟธรรมดา รถไฟชินคันเซ็น หรือรถไฟเที่ยวพิเศษสำหรับการท่องเที่ยว ซึ่งหลาย ๆ คนก็คงเคยมีประสบการณ์สับสนกับการซื้อตั๋วโดยสาร และต้องไปขอความช่วยเหลือจากเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วโดยสารกันบ่อย ๆ ใช่มั้ยละคะ?

สำหรับผู้ที่ใช้บริการรถไฟชินคันเซ็น คงต้องเคยใช้บริการเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วโดยสารของ JR หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่า Midori no Madoguchi กันมาบ้าง แต่เป็นที่น่าเสียดาย เพราะทาง JR East เปิดเผยว่า จากนี้ไปทางบริษัทจะทยอยปิดเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วตามสถานีต่าง ๆ โดยตั้งเป้าที่จะลดจำนวนลงให้ได้ 70% ภายในปี 2025 ที่จะถึงนี้

JR East ตั้งเป้าที่จะเปลี่ยนระบบการจำหน่ายตั๋วโดยสารให้เข้าสู่ระบบแบบไม่พึ่งพาพนักงาน โดยในปัจจุบันมีเคาน์เตอร์ Midori no Madoguchi ตั้งอยู่ใน 231 สถานีทั่วกรุงโตเกียวและปริมณฑล และอีกใน 209 สถานีตามต่างจังหวัด ซึ่ง JR East ตั้งเป้าที่จะลดจำนวนเคาน์เตอร์ Midori no Madoguchi ให้ได้ 70% ภายในปี 2025 โดยจะคงเหลือเคาน์เตอร์ดังกล่าวไว้ตามสถานีที่มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมากเท่านั้น ซึ่งการลดจำนวนเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วโดยสารนี้นอกจากจะเพื่อเป็นการช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 แล้ว ยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายของทางบริษัทได้อีกด้วย

แท้จริงแล้วทางบริษัทได้ดำเนินการปิดเคาน์เตอร์ Midori no Madoguchi ตามสถานีขนาดเล็กมาโดยตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา แต่ในปัจจุบันที่ไวรัส COVID-19 แพร่ระบาดอย่างหนัก กระแสการลดการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และจำนวนผู้ใช้บริการผ่านเคาน์เตอร์แบบมีพนักงานก็ลดลงเป็นอย่างมาก จากข้อมูลของ JR East จำนวนตั๋วโดยสารระยะกลางและระยะไกลที่จำหน่ายผ่านช่องทางอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ Midori no Madoguchi นั้นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งกินสัดส่วน 50% ของตั๋วทั้งหมดที่จำหน่ายได้ และเพิ่มมากขึ้นเป็น 80% ในปี 2020 ซึ่งเป็นปีที่มีการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้ทางบริษัทหันมาเร่งปรับตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิการระบบการทำงาน

นอกจาก JR East แล้ว JR West ก็ตั้งเป้าที่จะลดจำนวนของเคาน์เตอร์จำนวนตั๋ว Midori no Madoguchi ด้วยเช่นกัน โดยจะลดจำนวนเคาน์เตอร์ที่มีอยู่ใน 180 สถานีในเขต Keihanshin ให้เหลือเพียง 30 สถานีภายในปี 2030 และเปลี่ยนมาเป็นเครื่องจำหน่ายตั๋วแบบอัตโนมัติซึ่งสามารถให้บริการสื่อสารผ่านทางไกลได้แทน นอกจากนี้ JR Togai ก็ได้เริ่มบริการจองตั๋วโดยสารรถไฟชินคันเซ็นสาย Togaido ผ่านอินเตอร์เน็ตมาตั้งแต่ปี 2001 และเร่งกระตุ้นการใช้บริการโดยสารแบบไร้ตั๋ว เปลี่ยนมาเน้นการโดยสารผ่าน IC Card เป็นหลัก

นอกจากนี้รถไฟความเร็วสูงรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Linear Shinkansen ที่จะเปิดให้บริการในอนาคต ก็จะไม่มีการติดตั้งช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร โดยจะเป็นการโดยสารแบบไร้ตั๋วเท่านั้น การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้ผลประกอบการไตรมาส 1 ของ JR East จบลงที่ขาดทุนกว่า 577,900 ล้านเยน ทำให้ทางบริษัทต้องเร่งหาทางปฏิรูปโครงสร้างด้านต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพระบบการให้บริการของสถานีให้ได้

สรุปเนื้อหาจาก: yomiuri, diamond