โครงการ “#withyellow” ร่วมกันปกป้องนักเรียนเข้าสอบจากพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศในที่สาธารณะ

เมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา มีการจัดอีเว้นต์ขึ้นที่ชิบูย่า กรุงโตเกียว เพื่อเรียกร้องให้ประชาชนร่วมมือกันปกป้องนักเรียนที่เข้าสอบข้อสอบกลาง หรือ National Center Test for University Admissions ที่ต้องรักษาเวลาในการเข้าห้องสอบ จากพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศในที่สาธารณะ

อีเว้นต์ดังกล่าวเป็นโครงการที่เริ่มสร้างขึ้นโดยบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี IT ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับแจ้งภัยที่เกิดจากการล่วงละเมิดทางเพศในที่สาธารณะ โดยมีผู้ร่วมรณรงค์ในอีเว้นต์ดังกล่าวกว่า 50 คน ณ ศูนย์รวมวัยรุ่น ชิบูย่า กรุงโตเกียว

ทางบริษัทได้เปิดเผยว่า มีการร้องเรียนบนอินเทอร์เน็ตจากนักเรียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศในที่สาธารณะเป็นจำนวนมาก โดยคนร้ายโรคจิตมักจะใช้โอกาสในฤดูกาลสอบกับนักเรียนที่เร่งรีบและต้องรักษาเวลาในการเข้าห้องสอบ

ผู้เข้าร่วมอีเว้นต์ที่ชิบูย่าต่างชูป้ายกระดาษสีเหลืองพร้อมข้อความ เช่น “พฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศในที่สาธารณะไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ มันคืออาชญากรรม”, “พวกเราทุกคนเฝ้ามองดูพฤติกรรมแย่ ๆ ของคนโรคจิตแบบคุณอยู่” ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีการเรียกร้องให้ประชาชนไม่นิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศในที่สาธารณะ และให้ความสำคัญในการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือหรือช่วยกันแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอความช่วยเหลือ อีกทั้ง ยังมีการขอความร่วมมือให้ประชาชนพกสิ่งของที่เป็นสีเหลืองติดตัวไว้ในที่สาธารณะ เช่น รถไฟ ฯลฯ และช่วยกันปกป้องนักเรียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยในช่วงฤดูกาลสอบ ซึ่งจะมีการจัดสอบอีกครั้งในช่วงปลายเดือนมกราคมนี้

บริษัทผู้จัดโครงการยังสร้างแฮชแท็ก “#withyellow” ขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียหันมาให้ความสำคัญและไม่นิ่งเฉยต่อพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศในที่สาธารณะของคนร้ายโรคจิต

ชายผู้เข้าร่วมอีเว้นต์ที่ชิบูย่าให้สัมภาษณ์ว่า “ไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง และอยากให้ลองไตร่ตรองเกี่ยวกับพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศในที่สาธารณะในฐานะที่เป็นปัญหาสังคมผ่านการเคลื่อนไหวของโครงการนี้”

คุณคาตายามะ เรมง ผู้จัดอีเว้นต์ ก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “การล่วงละเมิดทางเพศในที่สาธารณะมักเกิดขึ้นในสถานที่ที่มีผู้คนอยู่จำนวนมาก และอยากให้โครงการนี้เป็นแรงจุดประกายให้ประชาชนเริ่มคิดได้ว่าตนสามารถช่วยเหลือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายได้อย่างไร โดยไม่ต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเหตุการณ์อย่างที่เคยเป็น”

อ้างอิงเนื้อหาจาก NHK