“ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่” สร้างสถิติใหม่ กวาดรายได้ในญี่ปุ่นกว่า 30,000 ล้านเยนภายใน 2 เดือน

ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ : ศึกรถไฟสู่นิรันดร์” ที่เข้าฉายในประเทศญี่ปุ่นไปเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ได้สร้างสถิติใหม่โดยทำรายได้รวมจากการจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ (Box Office) ทั่วประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวนมากกว่า 30,289 ล้านเยน (ข้อมูลล่าสุดวันที่ 13 ธันวาคม 2020) หรือราว 8,750 ล้านบาท และมีสถิติยอดผู้เข้าชมมากกว่า 22.5 ล้านคนภายใน 59 วันเท่านั้น ส่งผลให้ “ดาบพิฆาตอสูร” กลายเป็นภาพยนตร์การ์ตูนที่ทำเงินทะลุ 30,000 ล้านเยนได้รวดเร็วที่สุดในรอบ 18 ปีของญี่ปุ่น จากอดีตที่ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “Spirited Away” หรือในชื่อภาษาไทยคือ “มิติวิญญาณมหัศจรรย์” (เข้าฉายเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2001) เคยทำสถิติรายได้รวมทะลุ 30,000 ล้านเยนไว้ที่ 253 วัน

ก่อนหน้านี้ “ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่” ได้สร้างปรากฏการณ์ความคึกคักในวงการภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง โดยทำสถิติรายได้เข้าชมสูงสุดที่ 4,600 ล้านเยนภายในเวลาเพียง 3 วัน, สถิติรายได้เข้าชม 10,700 ล้านเยนภายใน 10 วัน, สถิติรายได้เข้าชม 15,700 ล้านเยนภายใน 17 วัน, สถิติรายได้เข้าชม 20,400 ล้านเยนภายใน 24 วัน, สถิติรายได้เข้าชม 23,300 ล้านเยน ภายใน 1 เดือน และสร้างสถิติยอดผู้เข้าชมรวม 10 ล้านคนหลังภาพยนตร์เข้าฉายได้เพียง 16 วัน ก่อนที่ยอดผู้ชมจะทะลุ 20 ล้านคนภายในเวลา 45 วันหลังภาพยนตร์เข้าฉาย

แม้ “ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่” จะถูกบันทึกสถิติว่าเป็นภาพยนตร์การ์ตูนที่ทำรายได้เข้าฉายทะลุ 10,000 ล้านเยนได้รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นก็ตาม แต่รายได้เข้าชมสูงสุดในตอนนี้ยังคงตกเป็นรองให้กับภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “Spirited Away” ที่ครองแชมป์อันดับที่ 1 การจัดอันดับภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลในประเทศญี่ปุ่น โดยทำรายได้รวมทั้งหมดที่ 30,800 ล้านเยน ซึ่งตามหลังอยู่เพียง 500 ล้านเยนเท่านั้น

รายชื่อภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลในประเทศญี่ปุ่น

อันดับที่ 1 “มิติวิญญาณมหัศจรรย์ (Spirited Away)” รายได้เข้าชม 30,800 ล้านเยน
อันดับที่ 2 “ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ : ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ (Demon Slayer: Infinity Train)” รายได้เข้าชม 30,290 ล้านเยน
อันดับที่ 3 “ไททานิค (Titanic)” รายได้เข้าชม 26,200 ล้านเยน
อันดับที่ 4 “ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ (Frozen)” รายได้เข้าชม 25,500 ล้านเยน
อันดับที่ 5 “หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ (Your Name)” รายได้เข้าชม 25,030 ล้านเยน
อันดับที่ 6 “แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ (Harry Potter and the Philosopher’s Stone)” รายได้เข้าชม 20,300 ล้านเยน
อันดับที่ 7 “ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์ (Howl’s Moving Castle)” รายได้เข้าชม 19,600 ล้านเยน
อันดับที่ 8 “เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร (The Princess Mononoke)” รายได้เข้าชม 19,300 ล้านเยน
อันดับที่ 9 “Bayside Shakedown 2” รายได้เข้าชม 17,350 ล้านเยน
อันดับที่ 10 “แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ (Harry Potter and the Chamber of Secrets)” รายได้เข้าชม 17,300 ล้านเยน

“ดาบพิฆาตอสูร” หรือ “คิเมะสึ โนะ ไยบะ” ถูกตีพิมพ์ต่อเนื่องในนิตยสารการ์ตูน “โชเน็นจัมป์รายสัปดาห์” ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2016 ถึงพฤษภาคม 2020 ถือเป็นผลงานการ์ตูนยอดนิยมเรื่องหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นที่ทำสถิติยอดจำหน่ายหนังสือการ์ตูนรวมทะลุ 120 ล้านเยน

ฉากหลังของการ์ตูนดาบพิฆาตอสูรจะอยู่ในยุคไทโชของญี่ปุ่น โลกที่เต็มไปด้วย “อสูรกินคน” เล่าเรื่องราวผ่าน “คามาโดะ ทันจิโร่” เด็กหนุ่มในครอบครัวคนเผาถ่าน ผู้ที่กลายมาเป็นนักล่าอสูรหลังจากครอบครัวของเขาถูกอสูรฆ่าตายทั้งหมด เหลือเพียง “คามาโดะ เนซึโกะ” น้องสาวผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวแต่ต้องกลายเป็นอสูร ทันจิโร่จึงออกเดินทางเพื่อปราบเหล่าอสูรและหาวิธีช่วยเหลือน้องสาวให้กลับมาเป็นมนุษย์ดังเดิม

จากความนิยมอย่างท่วมท้นของแฟนการ์ตูน ทำให้ “ดาบพิฆาตอสูร” ถูกดัดแปลงจากมังงะมาเป็นซีรีส์อนิเมะ ออกอากาศทางโทรทัศน์ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกันยายน 2019 และสร้างปรากฏการณ์ความนิยมในญี่ปุ่นอย่างมาก จนนำมาสู่การทำภาพยนตร์การ์ตูน “ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ : ศึกรถไฟสู่นิรันดร์” โดยเป็นเรื่องราวต่อจากตอนสุดท้ายของซีรีส์อนิเมะ โดย “คามาโดะ ทันจิโร่” ต้องเดินทางไปยัง “รถไฟนิรันดร์” เพื่อร่วมทำภารกิจกับ “เร็นโกคุ เคียวจูโร่” และเพื่อน ๆ โดยหารู้ไม่ว่ารถไฟขบวนนั้นมี “เอ็นมุ” อสูรข้างแรมที่ 1 รอต้อนรับพวกเขาอยู่โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว

สรุปรายได้ภาพยนตร์การ์ตูน “ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ : ศึกรถไฟสู่นิรันดร์” (ฉายวันที่ 16 ตุลาคม ในประเทศญี่ปุ่น)

หลังเข้าฉาย 3 วัน : รายได้เข้าชม 4,623,117,450 เยน, จำนวนผู้เข้าชม 3,420,493 คน
หลังเข้าฉาย 10 วัน : รายได้เข้าชม 10,754,232,550 เยน, จำนวนผู้เข้าชม 7,983,442 คน (รายได้เพิ่มจากครั้งก่อน 6,100 ล้านเยน)
หลังเข้าฉาย 17 วัน : รายได้เข้าชม 15,799,365,450 เยน, จำนวนผู้เข้าชม 11,891,254 คน (รายได้เพิ่มจากครั้งก่อน 5,000 ล้านเยน)
หลังเข้าฉาย 24 วัน : รายได้เข้าชม 20,483,611,650 เยน, จำนวนผู้เข้าชม 15,373,943 คน (รายได้เพิ่มจากครั้งก่อน 4,700 ล้านเยน)
หลังเข้าฉาย 31 วัน : รายได้เข้าชม 23,349,291,050 เยน, จำนวนผู้เข้าชม 17,505,285 คน (รายได้เพิ่มจากครั้งก่อน 2,900 ล้านเยน)
หลังเข้าฉาย 39 วัน : รายได้เข้าชม 25,917,043,800 เยน, จำนวนผู้เข้าชม 19,397,589 คน (รายได้เพิ่มจากครั้งก่อน 2,600 ล้านเยน)
หลังเข้าฉาย 45 วัน : รายได้เข้าชม 27,512,438,050 เยน, จำนวนผู้เข้าชม 20,532,177 คน (รายได้เพิ่มจากครั้งก่อน 1,600 ล้านเยน)
หลังเข้าฉาย 52 วัน : รายได้เข้าชม 28,848,875,300 เยน, จำนวนผู้เข้าชม 21,525,216 คน (รายได้เพิ่มจากครั้งก่อน 1,300 ล้านเยน)
หลังเข้าฉาย 59 วัน : รายได้เข้าชม 30,289,307,700 เยน, จำนวนผู้เข้าชม 22,539,385 คน (รายได้เพิ่มจากครั้งก่อน 1,400 ล้านเยน) (ข้อมูลล่าสุดวันที่ 13 ธันวาคม 2020)

สรุปเนื้อหาจาก: oricon