สาวญี่ปุ่นเป็นโสดเพิ่มขึ้น 1.5 เท่าในรอบ 20 ปี

หนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นมีแนวโน้มเป็นโสดเพิ่มมากขึ้น โดยสัดส่วนของผู้ที่เป็นโสดและไม่ได้แต่งงานนั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหญิงชาวญี่ปุ่น มีจำนวนสาวโสดเพิ่มขึ้นถึง 1.5 เท่าเลยทีเดียว

คุณซากาโมโต้ ฮารุกะ สมาชิกวิจัยพิเศษภาควิชาการวิจัยของคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยโตเกียว เผยผลการวิเคราะห์จากข้อมูลพื้นฐานโดยรัฐบาลญี่ปุ่นเกี่ยวกับ “ผลสำรวจด้านแนวโน้มการคลอดบุตรในอนาคต” ฯลฯ พบว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปี ตั้งแต่ปี 1992 ถึง ปี 2015 ชายและหญิงชาวญี่ปุ่นอายุ 18-39 ปีมีแนวโน้มในการคบหาดูใจหรือแต่งงานลดลง

โดยสถิติของหญิงญี่ปุ่นที่เป็นโสดและไม่ได้แต่งงานในปี 1992 มีจำนวนอยู่ที่ 27.4% และมีจำนวนสาวโสดเพิ่มขึ้นถึง 1.5 เท่าในปี 2015 ที่ 40.7% ในขณะเดียวกัน ชายญี่ปุ่นก็เป็นโสดมากขึ้นจากจำนวน 40.3% เป็น 50.8%

อีกทั้ง จากสถิติเมื่อปี 2015 พบว่า ยังมีชายและหญิงชาวญี่ปุ่นอายุ 18-39 ปี ที่ “ไม่ประสงค์จะมีคนรัก” คิดเป็นชาย 25.1% และหญิง 21.4% โดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีรายได้ต่ำและไม่ได้ทำงานประจำ จึงมีแนวโน้มสูงที่จะไม่ประสงค์คบหาดูใจกันใครเลย

คุณซากาโมโต้ ฮารุกะ ยังได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับผลการวิเคราะห์ในครั้งนี้อีกว่า “การที่มนุษย์เลือกที่จะมีความรักหรือไม่มีนั้นเป็นปัญหาส่วนตัวของแต่ละบุคคล แต่ถ้าหากปัญหาดังกล่าวเกิดจากปัญหาด้านเศรษฐกิจจนทำให้ผู้คนล้มเลิกที่จะมีความรักแล้วล่ะก็ อาจมีความจำเป็นต้องพิจารณารับมือปัญหา โดยแก้ไขปัญหานี้ที่สภาพแวดล้อมการว่าจ้างงานและรายได้ ไม่ใช่การแก้ไขที่ตัวบุคคลหนุ่มสาว”

อย่างที่เราทราบกันดีว่า ประเทศญี่ปุ่นมีอัตราการเกิดของเด็กลดลงเรื่อย ๆ ทุกปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องมานานกว่า 20 ปีแล้ว ทั้งนี้ อาจเกิดจากความคิดของคนรุ่นใหม่ที่อยากเป็นโสดเพราะรักอิสระมากขึ้น หรืออาจเกิดจากปัญหาเศรษฐกิจเป็นหลัก จึงไม่อยากจะคบหาดูใจกับใครให้เป็นภาระ ส่งผลให้ประเทศญี่ปุ่นมีอัตราการเกิดของเด็กต่ำ และมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น และอาจทำให้ญี่ปุ่นก้าวสู่สังคมคนสูงวัยและอาจกระทบต่อระบบเศรษกิจในอนาคตด้วย

สรุปเนื้อหาจาก : news.yahoo