เกาหลีใต้กับปัญหาเรื่องน้ำทิ้งจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ

"Made based on [https://mapps.gsi.go.jp/maplibSearch.do#1 National Land Image Information (Color Aerial Photographs)], Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism"

เรื่องของความขัดแย้งระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นนี่มันไปได้ทุกมิติจริงๆ นะครับ ล่าสุดมีประเด็นสิ่งแวดล้อมเสียด้วย คราวนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการปล่อยน้ำทิ้ง (ที่ผ่านการบำบัดแล้ว) จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะหมายเลขหนึ่งลงสู่มหาสมุทร จะเป็นอย่างไรนั้นขอเชิญอ่านครับ

รัฐบาลเกาหลีได้ขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นจัดการหารือทวิภาคีครั้งใหม่เกี่ยวกับการปล่อยน้ำทิ้ง จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะหมายเลขหนึ่งลงสู่มหาสมุทร ซึ่งในวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้นทราบมาว่า ฝ่ายญี่ปุ่นกำลังพิจารณารับเรื่องตรงนี้ ซึ่งคาดว่าสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานของกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น จะเข้าร่วมการหารือในครั้งนี้ด้วย

กระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ได้แถลงต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมว่า “เรากำลังพิจารณาที่จะจัดการเจรจาทวิภาคีเพื่อแสดงจุดยืนของเกาหลีและรับข้อมูลเพิ่มเติม” รัฐบาลเกาหลีใต้ยังกล่าวอีกว่า จำเป็นต้องมีการสอบสวนโดยทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ซึ่งเกาหลีใต้เป็นประเทศสมาชิกด้วย

เรื่องนี้มีที่มาอย่างไร?

เรื่องนี้มาจากการที่ว่าทางเมืองเจจู (済州) ของเกาหลีใต้นั้น ได้ส่งจดหมายแสดงความกังวลต่อเมืองในญี่ปุ่น 4 เมืองที่มีความสัมพันธ์ฉันมิตรกันมา เกี่ยวกับประเด็นที่รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจยอมให้มีการปล่อยน้ำทิ้ง (ที่ผ่านการบำบัด) จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ในจดหมายฉบับดังกล่าว นายอันดงอู (安東佑) นายกเทศมนตรีเมืองเจจูได้กล่าวว่า “หาก (น้ำที่ปนเปื้อน) ถูกปล่อยออกมา มันจะก่อให้เกิดผลสะเทือนต่อทั้งชาวประมงเจจู ชาวประมงญี่ปุ่น และสิ่งมีชีวิตในทะเลของโลกด้วย” แถมยังหยอดท้ายแสดงความห่วงใยถึงความสัมพันธ์ฉันมิตรต่อเมืองวากายามะ เขตอาราคาวะกรุงโตเกียว เมืองเบ็ปปุ จังหวัดโออิตะ และเมืองซันดะ จังหวัดเฮียวโกะว่า “จากความไว้วางใจและมิตรภาพที่เราได้สร้างขึ้นมาตลอดหลายปี เราจะทำงานร่วมกับรัฐบาลญี่ปุ่นเพื่อปกป้องความปลอดภัยและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันในชุมชนระหว่างประเทศ เราต้องการให้ท่านช่วยสนับสนุนการตัดสินใจที่ยากลำบาก”

พูดฟังดูดีมาก แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ชาวประมงท้องถิ่นเมืองเจจูได้ยื่นฟ้องรัฐบาลญี่ปุ่นกับบริษัทพลังไฟฟ้าโตเกียว (TEPCO) เจ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะหมายเลขหนึ่ง โดยเรียกร้องให้ระงับการยอมให้ปล่อยน้ำทิ้ง นอกจากนี้เมื่อวันที่ 20 เมษายน มีรายงานว่านักศึกษามหาวิทยาลัยเกาหลี 34 คนได้ออกมาประท้วงที่หน้าสถานทูตญี่ปุ่นในกรุงโซล เรื่องที่รัฐบาลญี่ปุ่นยอมให้มีการปล่อยน้ำทิ้ง

แต่ทว่า ย้อนไปยังเดือนตุลาคมที่ผ่านมา คณะทำงานของกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลเกาหลี เช่น กระทรวงมหาสมุทรและการประมงของเกาหลีใต้ ยังเคยออกเอกสารรายงานว่า “(สารกัมมันตภาพรังสีทริเทียม) ที่ได้ถูกปล่อยลงสู่มหาสมุทรนั้น แม้ว่ามันจะมาถึงเขตน่านน้ำของเกาหลีใต้ในอีกหลายปีให้หลัง ระหว่างที่มันเดินทางมา มันจะแตกกระจายและถูกทำให้เจือจาง จึงไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ”

นอกจากนี้ เมื่อเดือนที่ผ่านมา สมาคมพลังงานปรมาณูแห่งเกาหลีใต้ได้แถลงข้อคิดเห็นของตนว่า แม้ว่าน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วทั้งหมดที่เก็บกักไว้ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะจะถูกปล่อยออกมาเป็นเวลาหนึ่งปีก็ตาม “ปริมาณการสัมผัสของคนเกาหลีนั้นอยู่ในระดับที่ไม่ต้องเอามาเป็นข้อกังวลก็ได้ ผลกระทบก็มีน้อยมากๆ”

….ตกลงน้ำทิ้งที่ปล่อยจากโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อมจริงๆ หรือเกาหลีหาเรื่องสร้างกระแส? โปรดอ่านต่อไปครับ

อย่างไรก็ดี แม้นักวิชาการจะมีความเห็นดังกล่าว รัฐบาลเกาหลีใต้ได้คัดค้านการที่รัฐบาลญี่ปุ่นยอมให้มีการปล่อยน้ำทิ้งลงสู่มหาสมุทรอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายมุนซองฮยอก รัฐมนตรีกระทรวงมหาสมุทรและการประมงของเกาหลีใต้ ได้ส่งจดหมายไปยังองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) เพื่อขอความร่วมมือกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) โดยเรียกร้องว่า “ในฐานะองค์กรระหว่างประเทศที่เป็นผู้นำในการอภิปรายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทางทะเล ข้าฯ อยากให้เลขาธิการพิจารณาทำงานร่วมกับ IAEA ในเรื่องการบำบัดน้ำเสียของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะด้วยวิธีการที่เป็นที่ยอมรับของประชาคมระหว่างประเทศ”

….ตกลงท่านไม่เชื่อรายงานทางวิชาการของนักวิชาการในประเทศของท่านเอง?

น้ำเสียที่ถูกบำบัดและกักเก็บไว้ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะหมายเลขหนึ่งนั้น มีสารกัมมันตรังสี “ทริเทียม” ปนอยู่ประมาณ 860 ล้านล้านเบกเคอเรล รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจว่า จะปล่อยนำ้ทิ้งในระยะเวลาหลายสิบปีจากนี้ โดยทุกปีจะทำให้เจือจางมากที่สุดอยู่ที่ 22 ล้านล้านเบกเคอเรล

หันมาดูอีกด้าน เกาหลีใต้เคยปล่อยน้ำเสียที่มีสารกัมมันตรังสีถึง 50 ล้านล้านเบกเคอเรลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โกริ (古里) ลงมหาสมุทร แถมน้ำเสียที่มีสารกัมมันตรังสี 25 ล้านล้านเบกเคอเรลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์วอลซอง (月城) เมื่อปี 2018 ถามว่า น้ำเสียจากใครทำลายสิ่งแวดล้อมกว่ากัน?

ระหว่างน้ำทิ้งมีสารกัมมันตรังสี 22 ล้านล้านเบกเคอเรลที่มาจากที่ไกลออกไป 1,300 กม. (จังหวัดฟุกุชิมะ) กับ 25 ล้านล้านเบกเคอเรลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใกล้แค่ 300 กม. (เมืองวอลซอง) ท่านนายกฯ เมืองเจจูควรจะกังวลกับอะไรมากกว่ากันครับ?

ผู้เขียนไม่ใช่ทั้งคนเกาหลีใต้และคนญี่ปุ่น แต่อยากจะบอกว่า นักการเมืองเกาหลีใต้น่ะ อย่าโหนกระแสเกาะกระแสแอนตี้ญี่ปุ่นให้มากนักเลยครับ เอานักวิชาการเขาว่าดีกว่าไหมครับ?

สรุปเนื้อหาจาก Yahoo! Japan 2

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save