เมื่อเกาหลีใต้มีประเด็นกับ “วัตถุดิบอาหารจากฟุกุชิมะ” ในโตเกียวโอลิมปิก 2020

Last updated:

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านคงจะได้อ่านข่าวกันแล้วในเรื่องที่ว่า ทีมนักกีฬาโอลิมปิกจากเกาหลีใต้ไม่ยอมกินอาหารที่ทางญี่ปุ่นจัดให้ (ตามแคมเปญของดี 47 จังหวัดของญี่ปุ่น) เพราะว่ากลัว “วัตถุดิบอาหารจากฟุกุชิมะ” จะปนเปื้อนกัมมันตรังสี เลยตั้งศูนย์ซัพพลายอาหารของตัวเอง เอาพ่อครัวจากเกาหลีใต้มาทำอาหารเกาหลีจากวัตถุดิบของเกาหลีใต้มาเองเลยเพื่อทำอาหารให้นักกีฬากิน เรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรนั้นเชิญติดตามอ่านกันครับ

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายฮวัง ฮี (黄熙) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ ได้เยี่ยมชมศูนย์ซัพพลายอาหารเพื่อนักกีฬาทีมชาติเกาหลีใต้ เพื่อให้กำลังใจแก่คณะผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งการที่เกาหลีใต้จัดตั้ง “ศูนย์ซัพพลายอาหาร” ดังกล่าวนั้น ทางรัฐบาลญี่ปุ่น “ไม่ถูกใจสิ่งนี้” โดยมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการตอกย้ำข่าวลือที่ “ไม่มีมูล” ว่าวัตถุดิบอาหารจากจังหวัดฟุกุชิมะนั้น “ไม่ปลอดภัย” (จึงไม่ยอมกินอาหารที่ทางญี่ปุ่นจัดให้) ซึ่งทำให้ทางญี่ปุ่นนั้นเสียหาย และรัฐบาลญี่ปุ่นได้เรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ดำเนิน “มาตรการที่เหมาะสม” ต่อเรื่องนี้ คืออย่าทำอะไรที่ก่อให้เกิด “ความเข้าใจผิด” และยังยืนยันว่าวัตถุดิบอาหารจากฟุกุชิมะนั้นปลอดภัย

ในด้านของนายฮวัง ฮีนั้น ก็ได้แถลงที่ศูนย์ข่าวโอลิมปิกโตเกียว 2020 ณ วันที่ 24 กรกฎาคม ว่า “ไม่เคยสั่ง (ทีมนักกีฬาของเรา) ว่า อย่าไปกินวัตถุดิบอาหารจากฟุกุชิมะ” นอกจากนี้ยังกล่าวต่อว่า “เราก็ตั้งศูนย์ซัพพลายอาหารของเราทุกครั้งเวลามีโอลิมปิก” “เราจัดข้าวกล่องให้นักกีฬาตามที่เขาขอมา ซึ่งเป็นอาหารที่เขาคุ้นเคย” ซึ่งก็ไม่ใช่ว่านักกีฬาเกาหลีใต้จะกินแต่ข้าวกล่องอาหารเกาหลีของศูนย์ซัพพลายอาหารอย่างเดียว บางทีก็มีการทำข้าวกล่องตามสั่งซึ่งก็มีนักกีฬาบางคนหรือบางทีมขอมา หรือบางทีก็ยังใช้บริหารโรงอาหารของหมู่บ้านนักกีฬาที่ทางคณะกรรมการจัดงานการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกจัดไว้ให้เลย ซึ่งจะว่าไปแล้ว เกาหลีใต้เองก็ได้จัดตั้ง “ศูนย์ซัพพลายอาหาร” เพื่อนักกีฬาโอลิมปิกของชาติตัวเองมาตั้งแต่โอลิมปิกที่ปักกิ่งเมื่อปี 2008 โดยเช่าอพาร์ทเมนต์สองหลัง จัดที่ทางให้ จัดโต๊ะอาหารเกาหลีให้นักกีฬากินกันเลยทีเดียว ก่อนหน้านั้นเมื่อครั้งโอลิมปิกที่เอเธนส์ปี 2004 ถึงจะยังไม่ขนาดตั้งศูนย์ซัพพลายอาหาร แต่ก็จัดนักโภชนาการกับพ่อครัวมาจากเกาหลีใต้ขนวัตถุดิบอาหารอย่างกิมจิ กิมจิแตงกวา เต้าเจี้ยวเกาหลี โคจูจัง (น้ำพริกเกาหลี) ซุปกระดูกวัว เข้ามาเพื่อจัด “เมนูพิเศษ” ให้นักกีฬาเกาหลีมาแล้วเลย ซึ่งพอหลังจากโอลิมปิกที่ปักกิ่ง โอลิมปิกครั้งต่อๆ มาที่ลอนดอนปี 2012 ก็ดี โอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองโซชิ ประเทศรัสเซียเมื่อปี 2014 ก็ดี หรือโอลิมปิกที่ริโอปี 2016 ก็ดี ล้วนจัดตั้งศูนย์ซัพพลายอาหารเพื่อจัดทำอาหาร ข้าวกล่องให้นักกีฬาเกาหลีใต้เสมอมา ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักกีฬา (เขาบอกแบบนั้น)

โอเค จะเชื่อก็ได้ครับว่าเกาหลีใต้ไม่ได้รังเกียจวัตถุดิบอาหารจากฟุกุชิมะ แต่อย่างไรก็ดี ถือจะบอกว่าฉันก็อยากกินอาหารบ้านฉันแค่ไหนก็ตาม (ซึ่งเข้าใจว่าทุกชนทุกชาติต้องมีโมเมนต์นี้เมื่อไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง) แต่ถ้าคิดถึงธรรมเนียมมารยาทนั้น หากเจ้าภาพเขายกสำรับกับข้าวมาแล้ว คนเป็นแขกผู้ไปเยือนปฏิเสธไม่ยอมกินข้าวที่เขายกมาให้ ก็ถือว่าเสียมารยาทและไม่ให้เกียรติเจ้าภาพ ดังเคยมีเรื่องราวในประวัติศาสตร์ว่าเมื่อพระเจ้าปราสาททองทรงเลี้ยงทูตพม่าที่มางานพระบรมศพพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ก่อน แต่ทูตพม่าบอกว่าไม่กิน เขาบอกเขาถือธรรมเนียมไม่กินข้าวงานศพ อุตส่าห์ยกสำรับมาเป็นคำรบสองพร้อมกำชับว่าธรรมเนียมไทยเขาถือ ยกสำรับมาเลี้ยงไม่ยอมรับเลี้ยงถือว่ารังเกียจกัน ทูตพม่าก็ยังไม่ยอมกินอยู่ดี พระองค์ท่านก็เลยมีรับสั่งให้เอาแกงเทราดหัวพวกทูตพม่าเสีย แล้วก็เชิญกลับบ้านไป

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า หากอยู่บ้านตัวเองอยากจะยึดธรรมเนียมตัวเองอย่างไรก็ได้ แต่หากไปเยือนบ้านคนอื่นพึงควรทำตามธรรมเนียมของบ้านคนอื่นด้วย ฝากไว้ให้คิด สวัสดีครับ

สรุปเนื้อหาจาก Yahoo! Japan และ MGR online