เมื่อจีนกับเกาหลีใต้ก๊อปปี้ “องุ่นพรีเมียม” Shine Muscat ของญี่ปุ่นเอาไปขายตีตลาด!

ท่านผู้อ่านครับ หากยังจำกันได้ว่าเคยมีกรณีที่เกาหลีใต้ก๊อปปี้พันธุ์สตรอเบอร์รี่ไปผลิตขายเสียเองแถมตั้งราคาถูกๆ ตีตลาดผลไม้ในต่างแดน (ซึ่งโผล่มาถึงซูเปอร์ในเมืองไทยด้วย) คราวนี้ขยายกิจการมาถึงองุ่นแล้วนะครับ แถมพี่จีนมาช่วยก๊อปปี้ด้วย!

ซึ่งพันธุ์องุ่นที่โดนก๊อปไปขายคราวนี้เป็นองุ่นพันธุ์ Shine Muscat ซึ่งพัฒนาพันธุ์โดยสถาบันวิทยาศาสตร์ไม้ผลแห่งชาติของญี่ปุ่นมาแต่ปี 1988 ที่เมืองนอกเมืองนาปกติขายพวงละ 60 ดอลลาร์ (ราวสองพันบาท!) แต่ตอนนี้กำลังเจอปัญหาโดนเกษตรกรจีนและเกาหลีใต้ก๊อปปี้เอาพันธุ์ไปปลูกเยอะๆ แบบดัมป์ราคาตลาดกันเลย โดยเกาหลีใต้มีมูลค่าการส่งออกมากกว่าญี่ปุ่นถึง 5 เท่า ส่วนจีนมีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่าญี่ปุ่นถึง 40 เท่า (ญี่ปุ่น 1,200 เฮกตาร์ แต่จีน 53,000 เฮกตาร์!)

…ไม่ทราบว่าไปเอามากันได้ยังไง?

ญี่ปุ่นได้ออกกฎหมายฉบับใหม่ซึ่งมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายนปีนี้คือ ห้ามนำเมล็ดพืชและต้นกล้าของพืชและผลไม้ที่จดทะเบียนแล้วออกนอกประเทศ (ฝ่าฝืนมีโทษปรับและจำคุก) แต่อนิจจา กระทรวงเกษตรของญี่ปุ่นได้ออกมายอมรับว่า ต้นกล้าขององุ่นพันธุ์ดังกล่าวถูกนำออกนอกประเทศมาตั้งแต่ปี 2016 แล้ว แต่ตอนนั้นยังไม่มีกฎหมายที่ที่จะสกัดกั้นการกระทำดังกล่าวได้มากพอ (โถ วัวหายแล้วล้อมคอก—ผู้เขียน) ตั้งแต่นั้นมาจีนและเกาหลีก็เอาไปผลิตขายกันโครมๆ มาเรื่อยๆ ซึ่งเมื่อมาถึงปี 2020 เกาหลีใต้ส่งออกองุ่นได้ถึง 7.27 ล้านเหรียญสหรัฐ (ตีเป็นเงินไทยราว 242 ล้านบาท ในขณะที่ญี่ปุ่นมีมูลค่าการส่งออกองุ่นในเวลาเดียวกันแค่ราว 45 ล้านบาท!) และ 90% ขององุ่นที่ส่งออกก็คือ Shine Muscat นี่แหละครับ เรียกว่าญี่ปุ่นคิดทำ เกาหลีลอกแล้วนำไปขาย แท้ๆ เทียว

ยังไม่จบแค่นั้น เพราะพบว่ายังมีผลิตภัณฑ์จากฟาร์มของญี่ปุ่นกว่า 30 รายการ ถูกก๊อปปี้เอาไปปลูกที่อื่น รวมถึงส้มชิซูโอกะด้วย! (ระวังเจอส้มชิซูโอกะจีนแดงนะจ๊ะ)

เราต้องช่วยกัน ไม่สนับสนุนการกระทำที่เอาแต่ได้แบบนี้นะครับ คิดถึงคนพัฒนาพันธุ์และคนปลูกในประเทศถิ่นกำเนิดกันด้วยนะครับ อย่าเสียเงินไปซื้อของคุณภาพเลว ที่ผลิตมากๆ แบบจงใจทุ่มตลาดโดยคนที่เห็นแก่ได้เลยครับ

สรุปเนื้อหาจาก NikkeiAsia