นักวิ่งใส่หน้ากากอนามัยวิ่งในงานวิ่งคุมาโมโตะมาราธอนท่ามกลางวิกฤติไวรัสโคโรนาระบาด

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีการจัดงานคุมาโมโตะมาราธอน 2020 ขึ้น ซึ่งในงานวิ่งครั้งนี้มีนักวิ่งที่สวมหน้ากากอนามัยลงวิ่งเป็นจํานวนมาก

นอกจากฝนที่ตกลงมาในวันที่อากาศหนาวเย็นที่นักวิ่งหลาย ๆ คนสวมเสื้อกันฝนกันเป็นจำนวนมากแล้ว การใส่หน้ากากอนามัยวิ่งก็ทําให้บรรยากาศในการวิ่งดูแปลกตายิ่งนัก ในวันรับ BIB ทางผู้จัดงานก็ได้จัดให้มีโต๊ะวางแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ พร้อมทั้งแจกหน้ากากอนามัยให้กับนักวิ่งทุกคน และแจกให้อาสาสมัครที่มาช่วยงานครั้งนี้รวมทั้งหมด 2 หมื่นชิ้น

ในการวิ่งมาราธอนครั้งนี้ มีนักวิ่งที่มีถิ่นพำนักในประเทศจีนที่ได้รับคัดเลือกลงวิ่งทั้งหมด 35 คน แต่ในวันงานมีคนญี่ปุ่นที่มีถิ่นพํานักอยู่ในประเทศจีนเพียง 1 คนเท่านั้นที่ลงวิ่งในงานนี้ นอกจากนี้ภายในงานก็งดกิจกรรมต่าง ๆ และขอความร่วมมืองดเว้นการแปะมือระหว่างนักวิ่งและกองเชียร์ที่มาให้กําลังใจข้างทางด้วย

ในส่วนของงานเกียวโตมาราธอน 2020 ที่จัดขึ้นในวันเดียวกัน (16 กุมภาพันธ์) นักวิ่งที่มีถิ่นพำนักในประเทศจีนจำนวน 386 คนได้ขอสละสิทธิ์ในการลงวิ่งครั้งนี้ ซึ่งคิดเป็น 90% ของผู้ขอสละสิทธิ์ทั้งหมด โดยทางผู้จัดงานได้ให้ข้อเสนอกับนักวิ่งที่สละสิทธิ์เป็นการให้สิทธิ์ในการลงวิ่งในปีหน้าโดยไม่ต้องเสียค่าสมัคร โดยงานวิ่งครั้งนี้มีนักวิ่งที่มีถิ่นพํานักในจีนลงวิ่งเพียง 28 คนเท่านั้น

จํานวนนักวิ่งทั้งหมดที่ลงวิ่งในงานเกียวโตมาราธอน 2020 มีทั้งหมด 15,211 คน จากจํานวนผู้มีสิทธิ์ลงวิ่ง 16,000 คน ถือว่าได้เป็นปีที่มีผู้สละสิทธิ์ลงวิ่งมากกว่าทุก ๆ ปีที่ผ่านมา และระหว่างเส้นทางการวิ่ง อาสาสมัครต่างก็สวมหน้ากากอนามัยคอยอำนวยความสะดวกตามจุดต่าง ๆ ด้วย

การวิ่งมาราธอนหลาย ๆ แห่งในญี่ปุ่นถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมากไม่ว่าในหมู่คนญี่ปุ่นเองหรือคนต่างชาติ แม้สถานะการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในญี่ปุ่นจะยังคงมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ส่วนตัวแล้วผู้เขียนคิดว่า การที่ทางผู้จัดขอความร่วมมือนักวิ่งให้สวมหน้ากากอนามัย รวมถึงการงดเว้นการแปะมือกับกองเชียร์ และการยื่นข้อเสนอให้นักวิ่งที่มีถิ่นพํานักในจีนสละสิทธิ์ในการวิ่งครั้งนี้ถือเป็นการช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาได้ไม่มากก็น้อยค่ะ แม้บรรยากาศการวิ่งอาจจะไม่ครึกครื้นเหมือนทุกปี แต่ก็ถือว่าทางผู้จัดได้คำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อส่วนรวมอย่างดีทีเดียวค่ะ หวังว่าญี่ปุ่นจะผ่านวิกฤตินี้ไปได้ และเปิดตัวโอลิมปิกที่จะมีขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ได้อย่างอลังการค่ะ

สรุปเนื้อหา asahi