เมื่อรัสเซียตัดสัมพันธ์กับญี่ปุ่นเพราะกรณียูเครน แล้ว “หมู่เกาะคูริล” ล่ะ?

เรื่องราวรัสเซียบุกยูเครนนั้น ตอนนี้ได้บานปลายกลายเป็นปัญหาระหว่างรัสเซียกับประเทศทั้งหลายในประชาคมโลกไปแล้วนะครับ ญี่ปุ่นเองก็ไม่พ้นพลอยมีปัญหากับรัสเซียไปด้วยเหมือน ดังที่จะได้เล่าต่อไปนี้ครับ

ญี่ปุ่นนั้นในฐานะที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งในกลุ่ม G7 ได้กระทำการ “ร่วมมือกับประชาคมโลก” ในการต่อต้านเรื่องที่รัสเซียได้บุกยูเครน (ผ่านการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ) อย่างเช่นการประกาศว่าจะถอนสถานะ “ชาติที่ได้รับการอนุเคราะห์อย่างยิ่งทางการค้า” ของรัสเซีย รัสเซียก็เลยตอบโต้ด้วยการประกาศว่าจะ “ระงับการเจรจา” เรื่องสนธิสัญญาสันติภาพกับญี่ปุ่น รวมถึงปัญหาดินแดนทางเหนือ คือ “หมู่เกาะคูริล” (ญี่ปุ่นเรียกว่า “หมู่เกาะจิชิมะ” 千島列島) ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การปกครองของรัสเซีย แต่ญี่ปุ่นพยายามอ้างสิทธิ์ว่าให้เป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่น การที่หมู่เกาะเหล่านี้อยู่ภายใต้การปกครองของรัสเซียนั้น เป็นผลพวงจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ญี่ปุ่นจะพยายามเจรจากับปูตินมาตั้งแต่ยุคนายกฯ อาเบะ แต่ทางรัสเซียก็อ้างเหตุผลเรื่องที่ยอมยกให้ไม่ได้ เพราะ “จะทำให้อำนาจทางทหารของสหรัฐแผ่มาถึง” ดังนั้นการจะเจรจาสันติภาพใดๆ ก็ตาม อย่างไรเสียรัสเซียก็จะไม่ยกดินแดนนี้ให้ญี่ปุ่น แต่อาจ “ชดเชย” ด้วยการให้ “สิ่งจูงใจทางภาษี” แก่บริษัทต่างๆ ที่จะขยายกิจการไปสู่ดินแดนทางเหนือ

สำหรับญี่ปุ่นนั้น นอกจากประเด็นเรื่องอธิปไตยเหนือ “หมู่เกาะจิชิมะ” แล้ว ยังมีประเด็นเรื่องของ “กลุ่มชาวญี่ปุ่นอดีตผู้พำนักบนหมู่เกาะดังกล่าว” ที่ถูกขับไล่ออกจากเกาะหลังสิ้นสงครามด้วย ซึ่งมีชื่อกลุ่มว่า “สหพันธ์ผู้พำนักอาศัยบนเกาะชิชิมะและฮาโบไม” (千島歯舞諸島居住者連盟) กลุ่มนี้ตั้งขึ้นเพื่อเคลื่อนไหวเรียกร้องเอาเกาะจิชิมะและเกาะฮาโบไมคืนมา ซึ่งที่ผ่านมาในกระบวนการเจรจาสันติภาพ สิ่งที่อดีตชาวเกาะ (ปัจจุบันก็แก่เฒ่าเกิน 80 ปีแล้ว) ทำได้ มีเพียงการได้รับอนุญาตให้ข้ามแดนเพื่อไปเยี่ยมหลุมศพของครอบครัวบนหมู่เกาะคูริล (หมู่เกาะจิชิมะ) เท่านั้น ซึ่งอนุญาตด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรม

Japanese-Buddhist-Temple-Iturup-Etorofu
ผู้พำนักอาศัยบนเกาะ Etorofu และวัดพุทธ (ก่อนปี พ.ศ. 2482)
A tour to visit graves in Suisyou-jima, Habomai
อดีตชาวเกาะเยี่ยมหลุมศพของครอบครัวบนเกาะ Tanfiliev (ซุยโซจิมะ 水晶島)

สิ่งที่น่าเศร้าคือ อดีตชาวเกาะเหล่านี้ก็แก่เฒ่าลงไปทุกวันแล้ว แต่การที่ญี่ปุ่นจะได้ “หมู่เกาะจิชิมะ” กลับมา ดูแล้วไม่มีหวังเลย… การสูญเสียถิ่นที่อยู่มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้านะครับ

สรุปเนื้อหาจาก NHK
ภาพประกอบจาก wikipedia