LINE BK (ไลน์บีเค) บริการทางการเงินรูปแบบใหม่กับผู้ใช้งานกว่า 2 ล้านคนหลังเปิดบริการเพียงไม่กี่เดือน

ในยุคที่ใครๆ ก็ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คและโมบายแบงกิ้ง บริการหนึ่งที่เป็นที่กล่าวถึงและกำลังมาแรงในไทยคือ “ไลน์ บีเค” (LINE BK) ซึ่งเป็นการรวมเอาการใช้แอปพลิเคชั่นอย่าง LINE และการทำธุรกรรมทางการเงินเข้าไว้ด้วยกัน

LINE BK คืออะไร

LINE BK เป็นการร่วมมือกันระหว่างบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง LINE Corporation และธนาคารกสิกรไทย (KBank) เป็นบริการโซเชียลแบงกิ้งรูปแบบใหม่ ที่ผู้ใช้สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้หลากหลายทั้ง ฝาก-ถอน โอนเงิน ยืมเงิน แม้แต่เอาไปใช้หารค่ามื้ออาหารกับเพื่อนๆ ก็ได้ เหมือนเป็นการยกบัญชีและธุรกรรมทางธนาคารมาไว้ในแอปพลิเคชั่น LINE เลยทีเดียว

LINE BK เปิดให้บริการเมื่อเดือนตุลาคม 2020 และได้รับเสียงตอบรับดีขนาดมียอดผู้เปิดบัญชีสูงสุดถึงวันละ 50,000 บัญชี และมีธุรกรรมสะสมถึงปัจจุบัน (ประมาณ 4 เดือน) กว่า 210,000 ล้านบาท ในด้านธุรกรรมการยืมเงิน (คล้ายกับเงินกู้ส่วนบุคคล) ก็มียอดผู้ขอใช้บริการสูงสุดถึง 40,000 รายการต่อวัน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 50,000 ล้านบาท

จากตัวเลขยอดการใช้บริการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ว่ารูปแบบการให้บริการโซเซียลแบงกิ้งในไทยน่าจะเป็นที่ยอมรับและสามารถเติบโตได้อีกไม่ยาก

ทำธุรกรรมง่ายๆในแอปฯเดียว

เนื่องจากประชากรคนไทยจำนวนมากมีการใช้แอปฯ LINE ในชีวิตประจำวันกันอยู่แล้ว ทำให้สามารถเริ่มต้นใช้งาน LINE BK ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาไปดาวน์โหลดแอปฯใหม่

สิ่งที่สร้างความแตกต่างระหว่าง LINE BK กับโมบายแบงกิ้งทั่วไปคือฟังก์ชั่นการ “ให้ยืมเงิน” ที่เรียกว่า “Credit line” โดยผู้ใช้ที่มีรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 7,000 บาทขึ้นไป ก็สามารถทำธุรกรรมนี้ได้โดยผ่านขั้นตอนการขออนุมัติที่รวดเร็วและไม่ต้องไปติดต่อที่ธนาคาร

LINE x KBank การร่วมมือที่จะไม่หยุดอยู่แค่นี้

LINE BK บริหารงานโดยบริษัท KASIKORN LINE ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง KASIKORN Vision co., ltd. (บริษัทลูกของ KBank) และ LINE Financial Asia (บริษัทลูกของ LINE Corporation)

ทางผู้บริหารของทั้งฝั่งไทยและญี่ปุ่นให้ข้อมูลว่า LINE BK มีสโลแกนว่า “Banking in Your Hand” คือการรวมเอาธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ให้มาอยู่ในมือผู้ใช้ จุดเด่นที่ดึงดูดลูกค้าจะมีทั้งสิทธิประโยชน์ต่างๆ การให้วงเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำ อีกทั้งในอนาคตอาจมีการออกบริการใหม่ๆ อย่างประกันและการลงทุนอีกด้วย

LINE Corporation เองก็เล็งเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจนี้ และในอนาคตเราอาจเห็นธุรกิจเกี่ยวกับการเงินการธนาคารของ LINE ขยายไปในประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินโดนีเซีย ก็เป็นได้

สรุปเนื้อหาจาก: prtimes
ผู้เขียน: MIZUNOHANA