เรื่องจริงสุดเหวอ เมื่อสาวญี่ปุ่นได้ love letter จากคนส่ง Uber Eats!!!

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านคงเคยใช้บริการแอปสั่งอาหารมาที่บ้านซึ่งก็ดูจะสะดวกสบายดีใช่ไหมครับ? แต่ถ้าเกิดว่าท่านผู้อ่านเป็นสาวสวยเหมือนอย่างสาวญี่ปุ่นในเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ ก็อาจประสบปัญหาได้เหมือนกัน

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2021 ที่ผ่านมา มีสาวคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในโตเกียวได้โพสต์ในทวิตเตอร์ว่า เธอได้รับจดหมายจากพาร์ทเนอร์ (หรือคนขับรถส่งอาหารอย่างที่บ้านเราเรียกว่า “ไรเดอร์”) ของ Uber Eats คนหนึ่งที่เคยมาส่งอาหารให้เธอ

จดหมายที่ว่าถูกหย่อนไว้ในตู้จดหมายของที่พัก ซึ่งเขียนด้วยลายมือมีเนื้อหาว่า “ยินดีที่ได้รู้จักครับ ขอโทษที่จู่ๆ ก็ส่งจดหมายมา วันก่อนผมเพิ่งวิ่งอูเบอร์ส่งอาหารให้คุณแล้วได้เห็นหน้า รู้สึกชอบ เลยติดต่อมาหา ผมวิ่งอูเบอร์ตอนเลิกงานไม่ก็ตอนดึกๆ เป็นงานอดิเรก ถ้าคุณใช้บริการเป็นประจำอาจจะจำผมไม่ได้ เพราะคนอื่นคงเป็นคนส่งให้ แต่ถ้าจำคนส่งที่ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อบ่อยๆ ได้ละก็ผมเองครับ จะยินดีมากถ้าคุณอยากคุยกับผม  ถ้าสนใจไปกินข้าวด้วยกัน หรือให้ผมส่งอาหารให้โดยไม่ผ่านอูเบอร์ก็ได้นะครับ” ปิดท้ายด้วยช่องทางติดต่อ แถมลงท้ายว่า “ถ้าไม่ได้ละก็โยนจดหมายนี่ทิ้งไปเลยก็ได้นะครับ”

โพสต์เรื่อง “จดหมายรัก” จากพาร์ทเนอร์ของ Uber Eats ของเธอได้รับการรีทวิตไปเกือบ 25,000 ครั้ง และมีผู้แสดงความคิดเห็นมากมาย ส่วนใหญ่เป็นความคิดเห็นจากผู้หญิงในทำนองว่า รู้สึกหวั่นใจที่ถูกรู้จักบ้าน หรือไม่สะดวกใจในการใช้บริการอูเบอร์อีก เป็นต้น

ทางด้านลูกค้าสาวรู้สึกไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก ก็เลยยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังฝ่ายบริหารของบริษัท อย่างไรก็ตาม พอสำนักข่าวแห่งหนึ่งสอบถามไปทางบริษัท Uber Japan ก็ได้รับคำปฏิเสธว่าขอไม่ให้คำตอบ เนื่องจากเป็น “ปัญหาส่วนบุคคล” แต่ยืนยันว่าหากมีการละเมิดเกิดขึ้นจริง ก็จะดำเนินการต่างๆ ตามความเหมาะสม รวมถึงการระงับสัญญาพาร์ทเนอร์

ต่อมาในวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัท Wolt Japan ที่เป็นผู้ให้บริการส่งอาหารตามบ้านอีกรายหนึ่ง ได้ออกประกาศแจ้งบรรดาพาร์ทเนอร์ของตนว่าห้ามมิให้พาร์ทเนอร์ส่งจดหมายถึงลูกค้าหรือพนักงานที่ร้านค้า หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลช่องทางติดต่อใดๆ โดยทางบริษัทให้ความเห็นว่า “ขอหลีกเลี่ยงที่จะวิจารณ์ถึงบริษัทอื่น แต่ได้ส่งประกาศดังกล่าวถึงพาร์ทเนอร์โดยมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงมารยาทและคุณภาพการบริการโดยรวม” ส่วนบริษัท Uber Eats เพิ่งส่งเมลเนื้อหาทำนองเดียวกันถึงบรรดาพาร์ทเนอร์เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน (ขยับตัวช้าจังครับ) โดยขอให้พาร์ทเนอร์ทั้งหลายทำตาม “แนวทางปฏิบัติสำหรับการอยู่ร่วมกันของชุมชน” ที่ได้กำหนดไว้  โดย “มิให้แลกเปลี่ยนข้อมูลการติดต่อกับลูกค้าหรือพนักงานที่ร้านค้านอกจากเวลางานโดยไม่จำเป็น และห้ามส่งจดหมายหรือติดต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เข้าพบ หรือร้องขอให้พบกันเป็นการส่วนตัว” พร้อมสำทับว่า หากพาร์ทเนอร์ไม่ปฏิบัติตาม อาจถึงขั้นระงับสัญญา

เมืองไทยคงยังไม่มีคดีอย่างนี้ใช่ไหมครับ? (ฮา)

สรุปเนื้อหาจาก J-Cast  2