ธรรมเนียมการทานราเมงของคนญี่ปุ่นอาจเปลี่ยนไปจากสถานกาณ์ฉุกเฉินช่วงโควิด

Last updated:

“ราเมง” เมนูอาหารชามโปรดของชาวญี่ปุ่นนั้น ถึงจะดูเป็นอาหารที่ชาวญี่ปุ่นทานเป็นกันปกติ แต่เพื่อน ๆ รู้หรือเปล่าคะ ว่าจริง ๆ แล้ว คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ เขาไม่กินราเมงกันเป็นอาหารเช้า! อาจจะเป็นด้วยเหตุผลที่ว่า อาหารเช้าสำหรับคนญี่ปุ่นควรจะเป็นอะไรที่ไม่หนักท้องจนเกินไป และควรเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เราจึงจะเห็นว่าร้านราเมงส่วนใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นมักไม่เปิดให้บริการกันตั้งแต่เช้า แต่ใครจะรู้ว่า เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้หลายเมืองใหญ่ในญี่ปุ่นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จะทำให้ไลฟ์สไตล์ในการทานราเมงของชาวญี่ปุ่นเปลี่ยนไป และการทานราเมงเป็นอาหารมื้อเช้าก็อาจกลายเป็นเรื่องธรรมดาของชาวญี่ปุ่น


การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ประเทศญี่ปุ่น มีเนื้อหาหลัก ๆ อยู่ที่การขอความร่วมมือให้ร้านอาหารและร้านเหล้างดให้บริการนั่งทานในร้านตั้งแต่เวลา 20 นาฬิกาเป็นต้นไป ทำให้บรรดาผู้ประกอบการร้านอาหารรวมถึงร้านราเมงต้องเร่งหาวิธีที่จะพาร้านของตัวเองให้รอดผ่านช่วงเวลายากลำบากไปได้ โดยร้านราเมงหลาย ๆ ร้านในช่วงนี้ก็หันมาเปิดบริการกันตั้ง 6 โมงเช้า เพื่อทดแทนช่วงเวลาที่ต้องปิดร้านให้เร็วขึ้นในตอนกลางคืน ถึงแม้ร้านราเมงหลายร้านจะเป็นกังวลในช่วงเริ่มต้นว่าจะไม่มีลูกค้าเข้ามาทานตั้งแต่เช้าหรือเปล่า แต่ขอบอกว่าผิดคาดมาก เพราะราเมงมื้อเช้า หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า “Asa Ramen” ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนที่ทำงานโต้รุ่ง อย่างคนขับแท็กซี่ คนขับรถบรรทุก รวมไปถึงทีมแพทย์พยาบาลที่ต้องเข้ากะดึก เป็นต้น


เสียงตอบรับที่ดีเกินคาดจากการเปิดร้านราเมงตั้งแต่เช้าตรู่แบบนี้ ทำให้หลายราเมงหลายร้านตั้งเป้าที่จะเปิดให้บริการตั้งแต่เช้าแบบนี้ต่อไปแม้สถานการณ์ฉุกเฉินจะสิ้นสุดลง พร้อมมองว่าต่อจากนี้การทานราเมงเป็นอาหารเช้าจะไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนญี่ปุ่นอีกต่อไป และร้านราเมงหลาย ๆ ร้านก็อาจจะหันมาเปิดตั้งแต่เช้ากันมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับชาวเที่ยวญี่ปุ่นอย่างคนไทยแน่นอน เพราะมั่นใจว่าเพื่อน ๆ คนไทยทานราเมงกันตั้งแต่เช้าไหวอยู่แล้วใช่มั้ยละคะ??

สรุปเนื้อหาจาก: huffingtonpost