เล่าเรื่องชีวิต “ชาวมุสลิม” ที่โอซาก้า

สวัสดีครับ ปัจจุบันศาสนาอิสลามมีจำนวนประชากรผู้นับถือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศญี่ปุ่นเองก็มีชาวมุสลิมเพิ่มมากขึ้นรวมทั้งมีการสร้างมัสยิดด้วย ลองมาดูเรื่องราวของชาวมุสลิมในประเทศญี่ปุ่นกันครับ

ที่เขตนิชิโยโดงาวะ นครโอซาก้า มีมัสยิดที่ว่า “ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นตะวันตก” เรียกกันว่า “มัสยิดโอซาก้า” ซึ่งชาวมุสลิมในญี่ปุ่นได้รวบรวมเงินบริจาคเพื่อซื้ออาคารเรียนเก่าของโรงเรียนอาชีวศึกษาแห่งหนึ่งมาดัดแปลงทำเป็นมัสยิดมาตั้งแต่ปี 2010 คนญี่ปุ่นแถวนั้นกล่าวว่า…

“มีคนต่างชาติเดินเยอะๆ อยู่ตามถนน ตอนแรกรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้มีอะไรหรอกแต่ดูแล้วน่ากลัว แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว พวกเขาใจดีและจริงจังต่างจากที่คิดเอาไว้ตอนแรก”

การมีมัสยิดโอซาก้าขึ้นมา ทำให้มีร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ตที่ขายอาหารฮาลาลเพิ่มขึ้นรอบๆ มัสยิดตามไปด้วย ชาวมุสลิมประมาณ 300 คนจากทั่วเขตคินคิจะมารวมตัวกันเพื่อละหมาดวันศุกร์ บางคนนั่งรถไฟมาเป็นชั่วโมง พวกเขามาจากหลากหลายเชื้อชาติ เช่น ปากีสถานและอินโดนีเซีย จึงพูดภาษาญี่ปุ่นกันเป็นภาษากลาง

นายอับดุลเลาะห์ จากประเทศอินโดนีเซีย บอกว่า เขาชอบกินนัตโตะ แต่ต้องไม่ใส่น้ำจิ้มที่แถมมา (ด้วยบทบัญญัติทางศาสนาจึงต้องระวังว่าสิ่งที่กินเป็นฮาลาล) ครอบครัวนายอับดุลเลาะห์ก็เป็นครอบครัวมุสลิมที่ปฏิบัติตนตามหลักศาสนา ละหมาดวันละ 5 ครั้ง ภรรยาและลูกสาวไปไหนนอกบ้านก็ต้องสวมฮิญาบ แน่นอนว่าต้องระวังการกินทำให้พวกเขาไม่ค่อยได้กินข้าวนอกบ้าน เวลาอยู่บ้านก็กินอาหารอินโดนีเซีย เน้นปลาและผัก พ่อกับแม่กินอาหารด้วยมืออย่างคนอินโด ส่วนลูกๆ ใช้ตะเกียบกินข้าวอย่างคนญี่ปุ่น ลูกสาวฝาแฝดของนายอับดุลเลาะห์โรงเรียนประถมของรัฐในโอซาก้า เวลากลางวันก็กินอาหารโรงเรียนแค่ขนมปัง อาหารอย่างอื่นเอามาจากที่บ้าน (แม่ทำกับข้าวมาให้กิน)

แม้จะมีชาวมุสลิมที่ใช้ชีวิตในญี่ปุ่นด้วยความสงบสุข แต่ในอีกด้านก็มีคนที่รู้สึกกังวลและไม่สบายใจ นายเฮลิซัล ชาวอินโดนีเซีย คนขายรถมือสอง กล่าวว่า “ตอนที่ผมมาญี่ปุ่นครั้งแรก คนเขาชอบคิดว่าผมเป็นผู้ก่อการร้าย เพียงแค่ผมเดินไปรอบๆ เมืองหรือนั่งรถไฟ ผมรู้สึกเสียใจมาก ผมไม่ได้ทำอะไรผิด เราต้องปรับภาพลักษณ์ ต้องตระหนักรู้ พฤติกรรมว่าทำตัวอย่างไรให้คนเขาเข้าใจนะว่ามุสลิมไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย เราต้องการให้คนญี่ปุ่นเข้าใจเรา เราต้องก็พยายามด้วย”

ในประเทศญี่ปุ่น มีผู้พำนักซึ่งนับถือศาสนาอิสลามราว 30,000 คนในปี 1990 และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี จนถึงตอนนี้ก็เพิ่มขึ้นเป็น 230,000 คนแล้ว บางคนก็เข้ามาทำงานในญี่ปุ่น บางคนก็แต่งงานสร้างครอบครัวและตัดสินใจไม่กลับประเทศเดิมเนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ปลอดภัยอยู่แล้วสบายใจ ในอนาคตคาดว่าจะมีชุมชนมุสลิมเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อยๆ เมื่อถึงจุดนั้นก็คงต้องมีการปรับตัวเข้าหากันทั้งชาวมุสลิมและคนญี่ปุ่นในพื้นที่ด้วย

เป็นเรื่องที่น่าสนใจนะครับว่าระหว่างคนญี่ปุ่นซึ่งมีวัฒนธรรมแบ่งแยก “นอก” กับ “ใน” ชัดเจน กับชาวมุสลิมที่เคร่งครัดในการปฏิบัติตนตามหลักศาสนา จะหาจุดที่จะอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนได้อย่างไร? วันนี้ก็ต้องขอลาไปก่อน สวัสดีครับ

สรุปเนื้อหาจาก Yahoo! Japan