ข่าวลือเป็นเหตุ! นัตโตะในญี่ปุ่นขาดแคลน สหพันธ์ฯ นัตโตะขอ “ช่วยซื้อนัตโตะตามจำนวนปกติเถอะ!”

หากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ยังไม่คลี่คลาย เราก็คงจะได้เห็นข่าวลือต่าง ๆ ที่ปล่อยออกมา เพื่อหวังสร้างกระแสให้เกิดการแพนิคและกักตุนสินค้าในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่หน้ากากอนามัย กระดาษชำระ และตอนนี้ก็มาถึงคิวของเจ้าถั่วหมัก หรือ นัตโตะ ที่มีการพูดคุยเกี่ยวกับนัตโตะกำลังจะขาดแคลนอย่างหนักในโลกออนไลน์ เนื่องจากมีการปล่อยข่าวปลอมเพื่อหลอกให้กักตุนสินค้า

นัตโตะหายไปจากซุปเปอร์มาร์เก็ต!

บนทวิตเตอร์ของชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ได้กล่าวว่า “นัตโตะหายไปจากซุปเปอร์มาร์เก็ตตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้ว” เหตุผลก็คือ “ที่อิบารากิไม่มีคนติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ โดยมีข่าวลือออกมาว่าเป็นเพราะกินนัตโตะ” แล้วก็ได้มีการโพสต์รูปชั้นวางนัตโตะที่ว่างเปล่า พร้อมทั้งข้อสงสัยว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้น!?

การขาดตลาดของนัตโตะคือความจริง

จากการสอบถามข้อมูลจากแผนกประชาสัมพันธ์ของซุปเปอร์มาร์เกตทั้งหมด 117 สาขา ในเขตโตเกียว ได้ให้ข้อมูลว่า “ถึงจะสั่งผู้ผลิตไปแล้ว แต่มากถึง 80% ที่ไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ โดยเฉพาะนัตโตะที่ขาดตลาดมาก” และยังมีการกล่าวตั้งข้อสงสัยเพิ่มเติมอีกว่า “ ปัญหาการขาดตลาดของนัตโตะนี้ น่าจะเป็นผลกระทบมาจากนับตั้งแต่มีการเปิดเผยศูนย์วิจัยมะเร็งแห่งชาติประเทศญี่ปุ่น มากกว่าจะมาจากข่าวลือไม่ใช่หรือ ?”

เมื่อมีการเปิดเผยว่านัตโตะสามารถลดอัตราการเสียชีวิตได้…

หลังจากมีการเปิดเผยผลการศึกษาเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคอาหารประเภทถั่วหมัก เช่น นัตโตะ เป็นต้น โดยทีมนักวิจัยของศูนย์วิจัยมะเร็งแห่งชาติประเทศญี่ปุ่น ที่ได้มีการศึกษากลุ่มผู้บริโภคออกเป็น 5 กลุ่ม เมื่อเปรียบเทียบคนที่บริโภคนัตโตะเป็นประจำกับคนที่บริโภคน้อยหรือไม่บริโภคเลย พบว่าคนที่บริโภคเป็นประจำมีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่ากลุ่มที่บริโภคน้อยหรือไม่บริโภคเลยถึง 10% จึงอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดการปล่อยข่าวลือ จนเกิดเป็นกระแสซื้อกักตุนนัตโตะโดยไม่จำเป็น

หากกลับมาซื้อในจำนวนที่ซื้อปกติ ก็จะสามารถแก้ปัญหาขาดแคลนได้

สหพันธ์สหกรณ์แห่งชาตินัตโตะได้เปิดเผยว่า จำนวนการบริโภคนัตโตะได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่มีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวของศูนย์วิจัยมะเร็งแห่งชาติประเทศญี่ปุ่น ในขณะเดียวกันจากผลกระทบของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ก็ส่งผลให้จำนวนการบริโภคมากขึ้นไปอีก

นอกจากนี้จากการประกาศปิดโรงเรียนประถมญี่ปุ่นชั่วคราว ทำให้เพิ่มยอดขายของอาหารที่สามารถปรุงได้ง่ายเพื่อใช้เป็นอาหารกลางวันสำหรับเด็ก โดยเฉพาะนัตโตะที่มีราคาถูก ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ อีกทั้งสามารถทานได้โดยไม่ต้องใช้น้ำร้อนเหมือนถ้วยราเมง แค่โปะนัตโตะลงบนข้าวก็สามารถให้เด็ก ๆ ทานได้เลย จากที่เคยซื้อครั้งละ 1 แพค ก็กลายเป็นว่าแม่บ้านต้องซื้อในปริมาณที่มากกว่าเดิม 2-3 แพค ให้สินค้าหมดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะภูมิภาคคันโตที่มีแนวโน้มจะขาดตลาดมากที่สุด

ผู้รับผิดชอบได้กล่าวเพิ่มเติมว่า หากทุกคนกลับมาซื้อในปริมาณที่เคยซื้อปกติ ก็ช่วยแก้ปัญหาความขาดแคลนได้ ในการผลิตนัตโตะนั้นต้องใช้เวลาประมาณ 2 วัน การที่จะนำมาวางขายทันทีที่หมดนั้นจึงเป็นเรื่องยาก ดังนั้นจึงขอให้ทุกคนกลับมาซื้อในปริมาณที่เคยซื้อปกติ

สรุปเนื้อหาจาก: sirabee
ผู้เขียน: KOKATETA