นครโอซาก้าขอให้ “ร้านอาหาร” “ห้างสรรพสินค้า” หยุดทำการ หลังทุบสถิติผู้ป่วยโควิด วันเดียว 1,219 คน!!!

ช่วงนี้โควิดโจมตีประเทศไทยหนักมาก เรียกว่าครบ 77  จังหวัดไม่มีเว้นกันแล้ว เชียงใหม่พบผู้ป่วยเกินร้อยทุกวันๆ หันมามองทางญี่ปุ่นคราวนี้ก็แย่เหมือนกัน แว่วๆ มาว่าถ้าแย่มากๆ อาจยกเลิกโอลิมปิกไปเลยก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าของมนุษยชาติมากๆ นะครับ ลองมาดูเหตุการณ์ที่โอซาก้าดีกว่าครับ

จากภาวะโควิดที่กำลังระบาดหนักอีกแล้ว ทางนครโอซาก้าตัดสินใจขอให้รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน “อย่างเป็นทางการ”  โดยเปิดประชุมใหญ่เพื่อรับมือ ในเย็นวันที่ 20 เมษายน โดยทางนครโอซาก้าต้องการขอให้กิจการที่เป็นที่ชุมนุมชนอย่าง “ร้านอาหาร” “ห้างสรรพสินค้า” “สวนสนุก” หยุดทำการ โดยต้องการประสานงานกับรัฐบาลแห่งชาติเกี่ยวกับมาตรการเฉพาะสำหรับประกาศภาวะฉุกเฉินดังกล่าว เนื่องจากเมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา ในนครโอซาก้าพบผู้ติดเชื้อสูงถึง 1,219 คนในวันเดียวซึ่งถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งตอนนี้โควิดแพร่ระบาดชนิดที่อะไรก็เอาไม่อยู่ ความกดดันของบุคลากรทางการแพทย์ก็สูงขึ้น

อย่างไรก็ดีทางนครโอซาก้ายังไม่คิดที่จะ “ปิดโรงเรียน” (ไม่ว่าจะประถมหรือมัธยม) แต่ยังพิจารณาเรื่องการสนับสนุนให้เด็กๆ เรียนออนไลน์ สำหรับเด็กๆ ที่ไม่สะดวกใจที่จะไปโรงเรียน

นอกจากนี้ ทางจังหวัดเฮียวโงะยังแถลงว่า หากผู้ว่าฯ อิโดะ ไม่สามารถยับยั้งการแพร่เชื้อในจังหวัด จะพิจารณาขอให้จังหวัดเฮียวโกะขอให้รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินเช่นกัน โดยเปิดประชุมใหญ่เพื่อรับมือในวันที่ 21 เมษายนนี้ ส่วนนครเกียวโตจะจัดประชุมใหญ่เพื่อรับมือภายในสัปดาห์นี้เพื่อหารือว่าจำเป็นต้องขอให้รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินหรือไม่

จากข่าวนี้ผู้เขียนฉุกใจคิดเรื่องที่ว่าในโซเชียลไทย มีบางคนโจมตีว่าการที่โควิดในไทยระบาดหนักอีกรอบเป็นเพราะรัฐบาลล้มเหลวในการจัดหาวัคซีนให้ได้ทันกาลและทันการณ์ คือมีคนได้รับวัคซีนน้อยไปเสียจนไม่มีประโยชน์อะไร สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ก็ไม่ได้ เลยสงสัยว่าสถานการณ์การฉีดวัคซีนของญี่ปุ่นเป็นอย่างไร

สถิติ ณ วันที่ 18 เมษายน ในญี่ปุ่นมีผู้ที่รับวัคซีนครบ (ตามจำนวนโดสที่จำเป็นต้องฉีด) แล้ว แค่ 0.5% เท่านั้น! (ขณะที่ไทย สถิติ ณ วันที่ 17 เมษายน มีผู้ที่รับวัคซีนครบตามจำนวนโดส แค่ 0.1%)

ดูเหมือนการจะให้วัคซีนช่วยทำให้เกิดภูมิคุ้มกัน ชั่วโมงนี้ดูจะเป็นฝันลมๆ แล้งๆ ไปแล้ว

ในขณะที่โควิดกำลังสร้างความเขย่าขวัญสั่นประสาทและป่วนกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่หยุดหย่อน นักวิทยาศาสตร์นักวิจัยของญี่ปุ่นก็ยังต้องเดินหน้าศึกษาหาหนทางกันต่อไป เมื่อเร็วๆ นี้ ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยโอซาก้าได้ประกาศความสำเร็จในการ “สังเคราะห์ทำเทียม” ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งวิธีการใหม่นี้ย่นเวลาในการสังเคราะห์จากหลายๆ เดือนมาเป็นแค่สองสัปดาห์ สามารถแก้ไขยีนของไวรัสได้ง่าย ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ไวรัสกลายพันธุ์ ปกติการสังเคราะห์ไวรัสเทียม จะใช้วิธีผนวกยีนของไวรัสเข้ากับเชื้อ อี. โคไล แต่ปัญหาคือไวรัสโคโรน่ามีข้อมูลทางพันธุกรรมจำนวนมาก จึงใช้เวลามากในการทำเทียม

ทีมงานของศาสตราจารย์พิเศษมัตสึอุระ เซ็นยิ จากสถาบันโรคจุลชีพแห่งมหาวิทยาลัยโอซาก้า ได้ใช้เทคโนโลยีการขยายยีนด้วย “วิธี PCR” โดยแบ่งยีนของไวรัสโคโรนาออกเป็นเก้าส่วน แล้วเอาส่วนที่ทำหน้าที่เป็นข้อต่อมาเพิ่มปริมาณให้มากขึ้นโดยวิธี PCR แล้วเอายีนมาต่อใหม่เป็นรูปห่วงกลมเรียงลำดับตามตำแหน่งเดิม เมื่อเอายีนห่วงกลมใส่เข้าไปในเซลล์ของมนุษย์ จะสังเคราะห์ไวรัสได้ในเวลาอันสั้น วิธีนี้สามารถแก้ไขยีนเฉพาะบางส่วนได้อย่างเป็นอิสระ ดังนั้นจึงสามารถใช้สังเคราะห์ไวรัสกลายพันธุ์ได้ด้วย

อะไรก็ได้ครับ รีบๆ เข้าเถอะครับ โควิดไม่กลัว กลัวเงินหวิด (เงินไม่พอใช้) กันแล้วครับ

สรุปเนื้อหาจาก NHK และ Yomiuri