“บ้านแลกเงิน” จำนองบ้านแบบไหนที่ทำให้คนญี่ปุ่นน้ำตาตก?

สวัสดีครับ เมื่อต้นเดือนนี้ บริษัท MFS ในโตเกียวซึ่งให้บริการเปรียบเทียบเงื่อนไขการจำนองบ้านของสถาบันการเงินต่างๆ ทางออนไลน์ ได้เปิดเผยผลสำรวจที่น่าสนใจในหัวข้อ “ความเสียใจในการเลือกเงื่อนไขจำนองบ้าน”  ซึ่งเพิ่งทำการสำรวจไปเมื่อช่วงวันที่ 8-9 พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้เอง โดยใช้แบบสำรวจออนไลน์ ผู้ตอบแบบสอบถามคือ ผู้ที่มีภาระหนี้จากการจำนองบ้าน อายุตั้งแต่ 30-60 ปี จำนวนทั้งสิ้น 484 คน แบ่งเป็นเพศชาย 252 คน เพศหญิง 232 คน โดยมีช่วงอายุ 30-40 ปี 161 คน, อายุ 41-49 ปี 162 คน และอายุ 50-59 ปี 161 คน

ผลการสำรวจสรุปได้ว่า  ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบครึ่งหนึ่ง “รู้สึกเสียใจ” กับเงื่อนไขการจำนองบ้านของตัวเอง โดยรู้สึกว่าเลือกสถาบันการเงินและอัตราดอกเบี้ยผิด คิดว่าไม่น่าเลือกสถาบันการเงินที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์แนะนำเลย นอกจากนี้คนจำนวนไม่น้อยยังไม่รู้ว่า “สามารถขอรีไฟแนนซ์” การจำนองบ้านได้

คนจำนวน 44% รู้สึกเสียใจกับการเลือกเงื่อนไขจำนองบ้าน

มีผู้ที่ตอบว่ารู้สึกเสียใจในการเลือกจำนองถึง 44%  โดยในเฉพาะกลุ่มนี้เกือบครึ่งหนึ่งเป็นคนวัย 40 ถึง 49 ปี โดยอาจเป็นเพราะมีภาระการเงินค่อนข้างมาก รวมทั้งค่าใช้จ่ายค่าเล่าเรียนบุตร โดยส่วนที่เหลือตอบว่าไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไรเป็นพิเศษ

สาเหตุของความเสียใจที่ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกตอบมากที่สุดคือ

“คงจะดีถ้าเลือกสถาบันการเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยถูกกว่านี้” 42.7%

“คงจะดีถ้าเลือกอัตราดอกเบี้ยประเภทอื่น” 29.1% (อัตราดอกเบี้ยมี 3 ประเภท ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยลอยตัว, อัตราดอกเบี้ยคงที่ และอัตราดอกเบี้ยแบบผสม ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน)

“เสียใจที่เลือกตามที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์แนะนำ” 22.5%

“น่าจะระมัดระวังในการเลือกประกันกลุ่มสินเชื่อให้มากกว่านี้” ที่ 19.7% (ประกันกลุ่มสินเชื่อ คือประกันที่บริษัทประกันจะจ่ายเงินค่าสินเชื่อที่ยังติดค้างอยู่ให้ หากลูกหนี้เสียชีวิตระหว่างชำระหนี้ให้กับสถาบันการเงิน)

มีข้อเท็จจริงน่าสนใจว่า ในกลุ่มคนวัย 30-39 ปีที่อายุยังไม่มากนัก รู้สึกเสียใจที่ด่วนตัดสินใจเกินไป โดยที่ไม่ได้หาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตให้ครบถ้วนเสียก่อน โดยผลสำรวจระบุว่า “เสียใจที่เลือกตามที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์แนะนำ” ในสัดส่วนพอกันกับ “คงจะดีถ้าเลือกอัตราดอกเบี้ยประเภทอื่น” ที่ 34.7% และ “น่าจะระมัดระวังในการเลือกประกันกลุ่มสินเชื่อให้มากกว่านี้” ที่ 27.8%

คิดผิดที่เลือกตามที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์แนะนำ

ผู้ตอบแบบสอบถามถึง 62% ระบุว่า พวกเขาเลือกสถาบันการเงินที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์เป็นผู้แนะนำให้ ในขณะที่อีก 32% เลือกสถาบันการเงินด้วยตัวเอง อย่างแรกมีข้อดีตรงที่สะดวกสบาย ไม่ยุ่งยาก แต่อย่างหลังผู้กู้จะต้องหาข้อมูลหลายด้านจากสถาบันการเงินและเปรียบเทียบด้วยตัวเอง

ส่วนเรื่อง “ความเสียใจในภายหลัง” สำหรับการเลือกเงื่อนไขจำนองบ้าน ระหว่างผู้ที่ใช้สถาบันการเงินที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์แนะนำให้ กับผู้ที่ตัดสินใจเลือกสถาบันการเงินด้วยตัวเองนั้น มีสัดส่วนต่างกันไม่มากนัก โดยกลุ่มแรกมีความรู้สึกเสียใจที่ 45% ส่วนกลุ่มที่สอง 41.3% แสดงว่าการใช้สถาบันการเงินที่ได้รับการแนะนำอาจจะไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป

สำหรับสาเหตุที่เลือกใช้สถาบันการเงินที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์แนะนำให้นั้น ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบครึ่งนึงระบุว่า “ไม่มีความมั่นใจในความรู้เรื่องสินเชื่อบ้าน” ที่ 49% รองลงมาคือ “ขั้นตอนเดินเรื่องจำนองด้วยตัวเองนั้นยุ่งยาก” ที่ 28.7%  และ “สถาบันการเงินที่ได้รับการแนะนำเวลานั้นมีอัตราดอกเบี้ยต่ำ” ที่ 25.7%

กลุ่มคนอายุน้อยไม่รู้ว่าสามารถขอรีไฟแนนซ์การจำนองบ้านได้

จากผลสำรวจพบว่า กลุ่มคนอายุ 30-39 ปีเกือบ 40% ไม่รู้ว่าสามารถขอรีไฟแนนซ์การจำนองบ้านกับสถาบันการเงินอื่นได้ เมื่อเทียบแล้วกลุ่มคนที่อายุมากกว่าจะทราบเรื่องนี้มากขึ้น โดยกลุ่มคนวัย 40-49 ปีที่ไม่ทราบเรื่องนี้มีอยู่ 32.7% และกลุ่มคนวัย 50-59 ปี มีเพียง 18% เท่านั้นที่ไม่ทราบเรื่องการขอรีไฟแนนซ์

แล้วเมืองไทยเป็นอย่างไร? เอาเป็นว่า อย่างน้อยก็มีข้อมูลในเว็บที่เขาเปรียบเทียบเงื่อนไขต่างๆ ให้ดู แต่ถามว่าเลือกแล้วจะต้อง “เสียใจทีหลัง” เหมือนคนญี่ปุ่นหรือเปล่า แต่ไม่ว่ามันจะดีมากดีน้อยหรืออะไรก็ตาม “การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ” ครับ สวัสดีครับ

สรุปเนื้อหาจาก prtimes และ refinn