การเมืองเรื่องวัคซีน (โควิด) เมื่อไต้หวัน “ไม่เอาวัคซีนจีน” แต่ยินดีรับวัคซีนจากญี่ปุ่น!!!

ช่วงนี้คุณผู้อ่านเบื่อกับข่าววัคซีนรายวันของประเทศไทยบ้างไหมครับ? วัคซีนไม่พอฉีด วัคซีนไม่น่าเชื่อถือ วัคซีนไปรอคิวพอถึงคิวโดนไล่ บอกว่าไม่มีชื่อ วัคซีนมีคนหัวใสขายบัตรคิว ฯลฯ อยากจะบอกว่า เรื่องวัคซีนโควิดน่ะตอนนี้มันกลายเป็นประเด็นการเมืองในระดับนานาชาติไปแล้ว แน่นอนเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมันก็มาเกี่ยวดองหนองยุ่งกับวัคซีนโควิดไปด้วย ซึ่งงานนี้ญี่ปุ่นก็อุตส่าห์ไปมีเอี่ยวด้วย เรื่องจะเป็นอย่างไรมาติดตามอ่านกันครับ

ญี่ปุ่นได้ส่งมอบวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า จำนวน 1,240,000 โดส ให้แก่ไต้หวัน โดยวัคซีนมาถึงสนามบินไต้หวันเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ในการนี้ ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินของไต้หวันได้กล่าวขอบคุณต่อรัฐบาลญี่ปุ่นผ่านทางโซเชียล สื่อยังได้รายงานว่า เมื่อเครื่องบินของสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ (JAL) บรรทุกวัคซีนมาถึง พนักงานหอควบคุมที่สนามบินเถาหยวนได้กล่าวว่า “ถึงเที่ยวบิน JL809 ชาวไต้หวันทุกคนรู้สึกขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือจากญี่ปุ่น” และกัปตันได้ตอบกลับไปว่า “ยินดีครับ” แน่นอนว่าโลกโซเชียลทั้งของไต้หวันและญี่ปุ่นปลื้มปริ่มกับบทสนทนานี้กันมากๆ ว่าเป็นบทสนทนาที่ช่างดูอบอุ่นเอื้ออาทรเสียนี่กระไร  (งานนี้ต้องเรียกว่า “วัคซีนมิตรภาพ”)

เป็นเรื่องที่ น่าชื่นใจ ในความสัมพันธ์อันดี ญี่ปุ่น-ไต้หวัน นะครับ

…หันมาดูอีกด้านครับ…

ที่ผ่านมา ไต้หวันประสบความล้มเหลวในการจัดหาวัคซีนเพื่อให้พอใช้ในประเทศ ซึ่งทำให้อัตราการได้รับวัคซีนของประชาชนในประเทศต่ำมาก อยู่ที่แค่ 1.4% ของประชากรทั้งหมด จากการที่ประชาชนไต้หวันมีอัตราการได้รับวัคซีนต่ำมากนี่เอง ทำให้ก่อนหน้านี้ จีนแผ่นดินใหญ่ได้แสดงความจำนงที่จะจัดสรร “วัคซีนที่ผลิตในจีน” มาให้ไต้หวัน แต่คณะกรรมการกิจการด้านแผ่นดินใหญ่ของไต้หวัน (台湾行政院大陸委員会) ได้ “ปฏิเสธ” ไม่เอาวัคซีนจีน โดยถือว่าวัคซีนจีนเป็น “กลยุทธ์ที่แผ่นดินใหญ่จะเข้ามาควบรวมไต้หวัน” ทั้งยังเป็นการตอบโต้ที่ก่อนหน้านี้ จีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาขัดขวางไม่ให้ประธานาธิบดีไช่ทำสัญญาวัคซีนกับบริษัทไฟเซอร์ด้วย

ในการที่ไต้หวันไม่เอาวัคซีน “ผลิตในเมืองจีน” แต่ยินดีรับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า “จากญี่ปุ่น” นั้น นายโจเซฟ อู่ รัฐมนตรีต่างประเทศของไต้หวันถึงกับออกตัวเบอร์แรง โดยกล่าวว่า  “ไต้หวันขอต่อต้านประเทศเผด็จการ และสนับสนุนประชาธิปไตยและเสรีภาพ” และยังกล่าวอีกว่า “ข้าฯ ดีใจที่ประเทศที่มีแนวคิดเดียวกับเราให้การสนับสนุนเรา”

โอ้โฮเฮะ โลกเรามาถึงจุดที่วัคซีนโควิดกลายเป็นเครื่องแสดงออกถึงการเลือกข้างเลือกค่ายกันไปแล้วหรือนี่ ยังไม่พอ ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ มีแผนจะช่วยเหลือไต้หวันด้วยการส่งมอบวัคซีนให้อีก 750,000 โดส โดยนางแทมมี่ ดักเวิร์ธ ผู้แทนคณะวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ซึ่งได้ไปเยือนไต้หวันเมื่อวันที่ 6 ที่ผ่านมา  ได้กล่าวในงานแถลงข่าวว่า “เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับสหรัฐอเมริกาที่ไต้หวันจะได้อยู่ในข่ายที่ได้รับการฉีดวัคซีนครั้งแรก” “เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเป็นหุ้นส่วนดังกล่าว” แต่อย่างไรก็ดี ในการมาเยือนครั้งนี้คณะวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ได้ใช้เครื่องบิน C-17 ซึ่งเป็น “เครื่องบินขนส่งทางยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่” ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่ “ผิดวิสัย”

บอกตรงๆ ไม่มีอะไรที่น่าหัวร่อสำหรับผู้เขียนเท่ากับเรื่องที่ว่า “ไต้หวันไม่เอาวัคซีน (ที่ผลิตใน) จีน” นี่แหละครับ รู้สึกดีใจแทนประชาชนไต้หวันที่รัฐบาลฉลาดพอที่จะไม่เอา “วัคซีนจีน” มาใช้แม้ในยามที่ประเทศของตนขาดแคลนวัคซีน และก็รู้สึกเสียใจกับประชาชนในบางประเทศ ที่ถูกรัฐบาลของตน “เข” ให้ฉีด “วัคซีนจีน” ใครอยากได้วัคซีนอย่างอื่นก็ไปเสียเงินฉีดเองนะจ๊ะ วัคซีนจีนนั้นดีเหลือหลาย ถ้าฉีดแล้วตายได้ตั้งสี่แสน เตร้งเตรงเตร่งเตร๊ง เตรงเตร่งเตร๊งเตรงเตรง ลิเกหลงโรงก็ขอลาท่านผู้อ่านไปก่อนแต่เพียงเท่านี้ สวัสดีครับ

สรุปเนื้อหาจาก Yahoo! Japan 2