ความกังวลใจของคนพื้นที่จากการเปลี่ยนโทชิมะเอนให้เป็น Harry Potter Studio Tour

หลายคนน่าจะเคยเห็นข่าวคราวกันมาบ้างแล้วนะคะสำหรับการปิดสวนสนุกโทชิมะเอนเพื่อสร้างเป็น Harry Potter Studio Tour งานนี้สร้างความตื่นเต้นให้แก่คนรักสวนสนุกและแฟนคลับแฮร์รี่ พอตเตอร์เป็นอย่างมาก แถมยังน่าจะกอบโกยรายได้ได้ไม่น้อยเลย แต่ในมุมมองของผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้น กลับพบว่ามีปัญหาบางประการที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจขึ้น

 

View this post on Instagram

 

A post shared by としまえん〈公式〉 (@toshimaen_official) on

สวนสนุกโทชิมะเอนเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนในท้องถิ่นมายาวนานถึง 94 ปี แม้จะมีข่าวว่าจะทำเป็น Studio Tour ชื่อดัง แต่หลาย ๆ คนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดาย หญิงวัย 60 ปีที่อาศัยอยู่ใกล้โทชิมะเอนกล่าวว่า “การประกาศในเดือนมิถุนายนและปิดตัวลงในปลายเดือนสิงหาคมนั้นมันเร็วเกินไป สำหรับคนที่อยู่แถวนี้ โทชิมะเอนถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทั้งใช้จัดงานวันบรรลุนิติภาวะ จัดเทศกาลชมซากุระในฤดูใบไม้ผลิ ชมดอกไม้ไฟในฤดูร้อน แถมยังเป็นสถานที่อพยพเวลาที่เกิดภัยพิบัติ งานรื้อเริ่มมาตั้งแต่กลางเดือนกันยายน แล้วแบบนี้พวกดอกซากุระกับดอกไฮเดรนเยียในสวนจะเป็นยังไง?”

ภาพถ่ายจากท้องฟ้าแสดงให้เห็นพื้นที่ทั้งหมดของโทชิมะเอน โดยพื้นที่ทางเหนือจะถูกแทนที่ด้วยอาคารที่มีพื้นที่ประมาณ 30,000 ตร.ม. และสูง 19 ม. เป็นสถานที่ขนาดใหญ่แต่เล็กกว่าโตเกียวโดมเล็กน้อย ส่วนพื้นที่ทางใต้ที่เคยมีสระว่ายน้ำนั้น อยู่ภายในการดูแลจัดการของที่ว่าการมหานครโตเกียว

ในช่วงต้นเดือนกันยายนมีการบรรยายสรุปโดย Seibu Holdings (ผู้ดำเนินกิจการโทชิมะเอน) เกี่ยวกับงานรื้อถอนและการใช้ที่ดินในอนาคต อย่างไรก็ตาม ผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงก็ยังมีความกังวลใจในเรื่องต่าง ๆ เช่น การโดนอาคารสูง ๆ บดบังแสงแดด เสียงรบกวน การตัดต้นซากุระกว่า 150 ต้นที่อยู่ในสวน อุบัติเหตุทางการจราจรเมื่อมีรสบัสนักท่องเที่ยวมากขึ้น รวมไปถึงเรื่องสถานที่อพยพที่ใหม่กรณีเกิดภัยธรรมชาติ ซึ่งผู้สูงอายุอาจจะเดินไปไม่ไหวหากอยู่ไกลเกินไป หัวหน้ากลุ่มผู้อยู่อาศัยได้บอกว่าพวกเขาไม่ได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอในการบรรยายสรุป จึงทำให้เกิดความกังวลใจในเรื่องต่าง ๆ มากมาย

Keitaro Tanaka นักข่าวที่ทำข่าวเกี่ยวกับประเด็นนี้ได้ชี้ว่า “ทางฝั่งเหนือที่จะสร้าง Harry Potter Studio Tour นั้น จะไม่ใช้เป็นสถานที่อพยพใด ๆ แต่ในส่วนทางฝั่งใต้จะถูกซื้อโดยมหานครโตเกียวและเปลี่ยนเป็นสวนสาธารณะ แต่ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจอย่างเป็นทางการ ผู้เกี่ยวข้องบอกว่าเนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ของโควิด-19 ทำให้การจัดสรรงบประมาณจากที่ว่าการมหานครโตเกียวค่อนข้างยากลำบากและดูเหมือนว่าจะเป็นไปได้อย่างไม่ราบรื่นนัก ทางมหานครโตเกียวกับ Seibu Holdings ควรจัดให้มีการบรรยายสรุปอีกครั้ง”

สำหรับทางด้านของฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Seibu Holdings กล่าวว่า “เราไม่ได้วางแผนที่จะจัดให้มีการบรรยายสรุปครั้งใหม่ ไม่ว่าจะเรื่องการรื้อถอน การก่อสร้างใหม่ หรือการใช้ที่ดิน แต่เราจะตอบคำถามต่าง ๆ เป็นรายบุคคลไป”

การเปลี่ยนแปลงย่อมนำมาซึ่งความกังวล โดยส่วนใหญ่จะเป็นเสียงกังวลจากผู้สูงอายุ ผู้เขียนมองว่าหากไม่มีการอธิบายในเรื่องต่าง ๆ อย่างชัดเจนแก่ผู้อยู่อาศัยซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ความกังวลเหล่านี้ก็จะยังคงไม่หายไป อาจพาลให้รู้สึกไม่ชอบใจในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่นี้ไปเลยก็เป็นได้ แต่หากทางผู้จัดทำมีการอธิบายถึงวิธีแก้ไขข้อกังวลเหล่านี้ให้ทราบอย่างทั่วถึง ผู้อยู่อาศัยก็จะเบาใจขึ้น แถมนักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ ก็จะสนุกสนานได้อย่างสบายใจโดยไม่อยู่บนความเดือดร้อนของผู้อื่น ว่าไหมคะ ^^

สรุปเนื้อหาจาก news.yahoo