เมื่อคนญี่ปุ่นร้องต่อศาล ขอให้ “ยกเลิกการอนุมัติวัคซีนโควิด-19”

ในขณะที่เมืองไทยเรื่องราวของวัคซีนโควิดสวนกันเป็นสองกระแส กระแสหนึ่งก็คือการยังโหมรณรงค์กันอย่างไม่หยุดหย่อนว่า “ฉีดเถอะ” อีกกระแสหนึ่งคือข่าวคนที่ออกมาร้องสื่อว่าลูกเขา เมียเขา ตายหลังจากฉีดวัคซีน ขอความเป็นธรรมด้วย! ไม่นับกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า “เลิกบังคับกันเสียที” (โดยเฉพาะการบังคับทางอ้อมจำพวก ไม่ฉีดห้ามเข้ารพ. ไม่ฉีดห้ามเข้าไปขายของตลาดนัด) วันนี้ผู้เขียนจะมาบอกเล่าเรื่องราวว่า ที่ญี่ปุ่นเขาก็มีเหมือนกัน ครับ!

เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ศาลแขวงโตเกียวได้เรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าให้ปากคำครั้งที่ 2 สำหรับคดีที่มีผู้ยื่นคำร้องต่อศาล “ขอให้ยกเลิกการอนุมัติวัคซีนโควิด-19 เป็นกรณีพิเศษ” ทำให้ผู้ที่ “ไม่เห็นด้วย” กับการฉีดวัคซีน เดินทางมาขอเข้าฟังการให้ปากคำในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก โดยหลายคนไม่สวมหน้ากากอนามัย

ช่วงเช้าวันนั้น ณ ศาลแขวงและศาลสูงโตเกียว ได้มีการจัดมาตรการเป็นพิเศษ เช่น งดให้บุคคลทั่วไปเข้าพื้นที่ และแจ้งให้คณะทนายความทราบถึง “การคุ้มกันเป็นพิเศษ”  เป็นการล่วงหน้า

โฆษกหญิงประจำศาลแขวงโตเกียวได้แถลงว่า คดีดังกล่าวทำให้คาดหมายได้ว่า จะมีผู้ที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยเข้ามาในพื้นที่ จึงมีการจัดเส้นทางของผู้เกี่ยวข้องกับคดีและบุคคลทั่วไปแยกจากกัน และมีการกำหนดตารางการพิจารณาคดีของศาลต่างๆ ไม่ให้ตรงกัน

ผู้สื่อข่าวจากเว็บ Bengo4.com (เว็บที่ปรึกษาด้านกฎหมายฟรีที่ใหญ่ที่สุด) รายงานว่า เมื่อถึงเวลาออกศาล มีการตรวจค้นกระเป๋าเข้มงวดกว่าปกติไม่ต่างจากตอนที่มีการพิจารณาคดีร้ายแรง ในวันนั้นมีคนมาขอเข้าไปฟังการให้ปากคำถึง 192 คน! (แต่มีที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้แค่ 26 คน) ปกติในช่วงนี้จะต้องเว้นระยะเก้าอี้ตามมาตรการ social distancing แต่ในวันนั้นเก้าอี้ทั้ง 52 ตัวถูกใช้หมด นอกจากการพ่นยาฆ่าเชื้อภายในศาลตามปกติ แล้วยังมีการพ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณด้านหน้าศาลในเวลาบ่ายสองโมงอีกด้วย

ในวันนั้นมีกลุ่มคนที่ถือป้ายคัดค้านการฉีดวัคซีน และมีคนที่คอสเพลย์เป็น “เร็งโงคุ เคียวจูโร่” จากการ์ตูน “ดาบพิฆาตอสูร” ถือป้าย “เผาหน้ากากอนามัยซะ”

การยื่นคำร้องต่อศาลสำหรับกรณีดังกล่าวมีขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2021 ที่ผ่านมา โดยผู้ร้องระบุข้อความบนเว็บไซต์ว่า “ไม่มีหลักฐานว่าวัคซีนปลอดภัย” การเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าให้ปากคำครั้งแรกมีขึ้นเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา ก็มีกลุ่มคนไม่สวมหน้ากากไปชุมนุมหน้าศาลด้วย

หากจะถามว่า ในญี่ปุ่นมีกรณีที่เป็นข่าวว่า “ตายหลังฉีดวัคซีน” หรือไม่ มีอยู่กรณีหนึ่งคือ ในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว มีชายชราอายุ 75 ปีคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคโทไค เสียชีวิตกะทันหันหลังจากฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มแรก (โดยได้ปรึกษาแพทย์แล้วก่อนตัดสินใจฉีด) ชายชราคนดังกล่าวมีโรคเรื้อรังอยู่บ้างแต่ไม่เป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิต ยังพอทำงานในฟาร์มได้ เมื่อสอบถามไปทางภรรยาและลูกชายกล่าวว่า หลังฉีดชายชราดูปกติ แต่เริ่มมีไข้สูง 38 องศาในอีกสองวันให้หลัง แม้จะขอให้ไปพบหมอแต่ชายชราเชื่อว่าเป็นแค่ผลข้าวเคียงเล็กน้อยจากวัคซีน (เดี๋ยวก็หายไปเอง) วันที่สาม ชายชรากินยาลดไข้แล้วยังรู้สึกไม่ดีจึงไปเข้าห้องน้ำ หลังจากนั้นภรรยาได้ยินเสียงครวญครางจึงรีบไปที่ห้องน้ำแต่สายเกินไป ชายชราถูกพบตัวในสภาพไม่หายใจ เมื่อนำส่งโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยว่าเสียชีวิตแล้ว

ในใบมรณบัตรระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า “ปอดอักเสบในผนังถุงลมกำเริบเฉียบพลัน” โดยไม่ได้ระบุว่า “อะไรคือต้นเหตุของอาการกำเริบ” ครอบครัวของชายชราเชื่อว่าชายชราที่ดูสุขภาพดีมีอาการแย่ลงกะทันหันเพราะฉีดวัคซีน และรู้สึกเสียใจที่ยอมให้เข้ารับการฉีด

เมื่อสอบถามไปยังแพทย์ที่ทำการฉีดวัคซีน เขากล่าวว่า “ผมไม่มีอำนาจในการกล่าวถึงผลของวัคซีนและสาเหตุของอาการกำเริบ แต่ถ้าถามว่าวัคซีนนั้นเป็นสีขาวหรือสีดำ ผมคงพูดได้ว่ามันเป็นสีเทา และค่อนข้างจะเป็นสีเทาแก่ด้วย”

แพทย์คนดังกล่าวส่งรายงานไปยังหน่วยงานว่า สาเหตุการเสียชีวิตอาจเป็นผลข้างเคียงจากวัคซีน แต่กระทรวงสาธารณสุขฯ ของญี่ปุ่นกลับตอบกลับมาว่า “ไม่สามารถประเมินได้” แพทย์คนดังกล่าวระบุว่า ถ้าไม่ฉีดวัคซีนให้ชายชราเขาคงไม่เสียชีวิต จึงคิดว่าวัคซีนไม่ใช่สิ่งที่เป็นสีขาว แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าไม่ใช่สีดำ

ที่ผ่านมาจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน 2021 ในประเทศญี่ปุ่นมีกรณีเสียชีวิตหลังจากการฉีดวัคซีนกว่า 1,368 กรณี แต่ทั้งหมดถูกทางราชการปฏิเสธ โดยใช้ถ้อยคำว่า “ไม่สามารถประเมินได้”

ทั้งหมดที่เล่ามานี้คือเหตุการณ์ในประเทศญี่ปุ่นนะครับ ฉะนั้นก็ขอให้ท่านผู้อ่าน “โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน” ด้วยครับ

สรุปเนื้อหาจาก Yahoo! Japan กรุงเทพธุรกิจ และ hicbe